ยินดีต้อนรับสู่เว็บประกาศฟรี www.fieldcircus.com

"เว็บไซต์นี้เป็นเพียงสื่อกลางในการประกาศ ซื้อ/ขาย ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบใดๆต่อการติดต่อ ซื้อ/ขาย ของท่านทุกรายการ โปรดพิจารณาความเหมาะสมก่อนการ ซื้อ/ขาย"

เสื้อผ้าเด็กอ่อน,เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด,บอดี้สูทเด็ก  สเปรย์ล้างโซ่ สเปรย์หล่อลื่นโซ่  ติดตั้งกล้องวงจรปิด        

 

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - damonshoppu

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1


วันไหนน้ำประปาเกิดไม่ไหลตัวช่วยที่จะทำให้บ้านของทุกคนยังคงมีน้ำใช้คงหนีไม่พ้น “ถังเก็บน้ำ” ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบใต้ดิน และบนดิน จนเกิดความสนใจเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงความต่างของถังทั้ง 2 ประเภท ดังนั้นการได้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนซื้อใช้งานย่อมทำให้เลือกได้ตอบโจทย์ตนเองมากที่สุด

ความสำคัญของการมีถังเก็บน้ำไว้ใช้งาน

จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ของการมีแทงค์น้ำไว้ใช้งานก็เพื่อเก็บสำรองน้ำเอาไว้ยามฉุกเฉิน หรือเมื่อน้ำประปาเกิดไม่ไหล รวมถึงกรณีมีการซ่อมแซมท่อต่าง ๆ ที่ใช้เวลานาน มั่นใจว่าบ้านของคุณยังคงมีน้ำไว้ใช้งานอยู่เป็นปกติ  อย่างไรก็ตามอยากแนะนำให้คำนวณขนาดถังก่อนซื้อเก็บไว้แบบง่าย ๆ

วิธีคือ คำนวณปริมาณการใช้งานต่อวัน ซึ่งปกติเฉลี่ยแล้วราว 200 ลิตรต่อคน (เหมาะกับที่อยู่อาศัยอาคารพาณิชย์ หรือตึกแถว) มีเงื่อนไขว่าต้องมีคนอยู่อาศัยรวมแล้ว 5 คนต่อหลังด้วย ดังนั้นหากจะเก็บน้ำประปาไว้ใช้งาน 1 วัน ขนาดถังไม่ควรน้อยกว่า 200 ลิตร x 5 คน x 1 วัน หรืออยู่ที่ประมาณถังขนาด 1,000 ลิตร นั่นเอง และโดยทั่วไปแล้วประเภทถังใช้เก็บน้ำมีให้เลือกหลัก ๆ 2 ประเภทคือ ถังเก็บบนดิน และถังเก็บใต้ดิน

ความต่างของถังเก็บน้ำทั้ง 2 ประเภท

1. ถังเก็บบนดิน

จะเป็นถังที่ตั้งอยู่เหนือพื้นดิน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง เพียงพอต่อการตั้งวาง เช่น วางข้างบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมใช้ลักษณะถังพลาสติก หรือถังสแตนเลส เคลื่อนที่ย้ายไปไหนมาไหนสะดวก อุณหภูมิน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาเมื่อมีการชำรุดเสียหายรวดเร็ว ติดตั้งแบบรองรับถังน้ำโดยวิธีลงเสาเข็ม และเทฐานคอนกรีตเพิ่มความแข็งแรง ค่าใช้จ่ายโดยรวมถูก

2. ถังเก็บใต้ดิน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าถังเก็บหรือถังพักน้ำใต้ดิน จึงต้องมีการติดตั้งอยู่ใต้พื้นดินนั่นเอง เหมาะกับบ้านที่ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางมาก และไม่สามารถวางถังบนดินได้ ส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นลักษณะถังคอนกรีต หรือถังพลาสติกชนิดใต้ดิน เคลื่อนที่ย้ายไปไหนมาไหนยาก อุณหภูมิน้ำไม่เปลี่ยนแปลง การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาเมื่อมีการชำรุดเสียหายรายละเอียดเยอะ รวมถึงค่าใช้จ่ายแพง แต่ก็ติดตั้งแบบรองรับถังน้ำโดยการลงเสาเข็ม และเทฐานคอนกรีตเพิ่มความแข็งแรงเช่นเดียวกับถังเก็บบนดิน

ถังเก็บน้ำที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้การใช้งานยาวนานเป็นประโยชน์ต่อการกักเก็บน้ำมากที่สุด จึงควรพิจารณาดูความน่าเชื่อถือ มีหน่วยงานรับรองมาตรฐานความปลอดภัยร่วมด้วย ซึ่งทั้งถักพักบนดิน และใต้ดินล้วนมีลักษณะการติดตั้งที่แตกต่างกัน รู้ข้อมูลเอาไว้ช่วยให้การตัดสินใจซื้อใช้งานตามความต้องการง่ายมากขึ้น

2


การใช้งานเครื่องอบผ้าปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยความน่าสนใจในการช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญและไม่อาจมองข้ามระหว่างใช้งานก็คือการใส่เสื้อผ้าเข้าไปในเครื่อง ซึ่งถ้าใส่โดยไม่สนใจอะไรเลยก็มีโอกาสที่ทำให้ทั้งเสื้อผ้าและตัวเครื่องเสียหายได้ ดังนั้นเพื่อการทนุถนอมผ้า และยืดอายุการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า การศึกษาถึงวิธีใส่เสื้อผ้าลงถังเพื่อต้องมีความละเอียด

ก่อนใส่เสื้อผ้าลงเครื่องอบผ้าต้องรู้สิ่งเหล่านี้

1. ตรวจสอบการซักจากป้ายเสื้อผ้า แล้วคัดแยก

เสื้อผ้าแต่ละตัวจะมีป้ายคำแนะนำในการซักติดอยู่ด้วย เพื่อให้ดูแล้วเอาไปซักอย่างถูกต้อง ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์จะมีความหมายแตกต่างออกไป โดยการอบผ้าก็มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการใช้ความร้อน ไปจนถึงลักษณะการตากแห้งต่าง ๆ มีทั้งตากแห้งปกติความร้อนสูง – กลาง – ต่ำ, ตากในที่ร่ม, ปั่นแห้ง, ซักแห้ง, ตากแห้งปกติไม่ใช้ความร้อน ฯลฯ เมื่อรู้ว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนควรทำยังไงก็คัดแยกออกแล้วเตรียมทำตามคำแนะนำป้าย

2. สะบัดพร้อมกลับด้านเสื้อผ้า

ก่อนจะเอาเสื้อผ้าลงเครื่องซักอบผ้าก็ต้องจัดการเอาเศษผง เศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดผ้าออกเสมอ อย่าลืมรูดซิปให้สนิทเพื่อลดความเสี่ยงไปเกี่ยวผ้าอื่น ๆ เสียหาย และต้องสะบัดเสื้อผ้าก่อนกลับเอาด้านในออกด้านนอก แนะนำให้ทำกับเสื้อผ้าที้เป็นชิ้นใหญ่ หนา อย่างยีนส์ หรือเสื้อฮู้ดช่วยป้องกันกระดุมพังเสียหาย พร้อมถนอมสีผ้าไปในตัว

3. ผสมเสื้อผ้าขนาดเล็ก – ใหญ่กระจายให้ทั่วถัง

ในการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดนี้ควรมีการกระจายเสื้อผ้าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่อย่างทั่วถึง อย่ากองแยกจัดหมวดหมูเล็กอยู่กับเล็ก ใหญ่อยู่กับใหญ่เพราะจะทำให้ผ้าหนักด้านใดด้านหนึ่งของถังนั่นเอง และหากเป็นแบบนั้นช่วงที่เครื่องทำงานก็จะเสียสมดุล และเครื่องชำรุดในที่สุดได้

4. หมั่นตรวจสอบตัวกรองเศษใยผ้า

สุดท้ายอยากให้ทุก ๆ คนทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัยเลยยิ่งดีกับการหมั่นตรวจสอบตัวกรองใยผ้าเพื่อให้ส่งผลต่อการอบผ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งควรทำอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใช้งานเกิดความมั่นใจมากที่สุด ยิ่งใครซื้อเครื่องอบผ้า ราคาสูงจะได้ไม่ต้องมาซ่อมเปลืองเงินไปอีก

การดูแลทั้งเรื่องเสื้อผ้า และเครื่องอบผ้าเหล่านี้ จะช่วยให้การใช้งานของคุณยาวนานมากขึ้น ไม่เกิดปัญหาที่ทำให้ต้องเสียเงินซ่อม หรือซื้อเครื่องใหม่ ทั้งนี้ อยากแนะนำตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องเลยว่าต้องดูจากร้านที่น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ เป็นยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน มีขายมายาวนาน มีผู้เคยใช้งานมากมาย เป็นการการันตีคุณภาพ และประสิทธิภาพการใช้งานให้กับเราได้เป็นอย่างดี

3


เมื่อลูกน้อยเข้าสู่ช่วงวัยกำลังซน ตัวพ่อแม่ ผู้ปกครองเองก็ไม่ได้มีเวลามาอยู่ดูแลได้ตลอด ต้องทำงานบ้าน ทำอาหาร และอีกสารพัดภารกิจที่ต้องทำ ดังนั้นตัวช่วยดี ๆอย่างคอกกั้นเด็กจึงได้รับความสนใจมาก ทว่าก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อได้นั้นมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอยู่ด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยต่อลูกน้อยอย่างที่สุด

5 สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อคอกกั้นเด็ก

1. วัสดุที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน

สิ่งแรกเลยก็คือเรื่องของวัสดุที่ใช้ทำคอกกั้นนี้ต้องมีความปลอดภัย อย่าลืมว่าพ่อแม่จะปล่อยลูกน้อยให้อยู่ในคอกไว้ ดังนั้นจึงควรเลือกแบบที่ไม่เป็นโลหะ หรือมีเหลี่ยมคม เพราะเมื่อลูกน้อยไปชนอาจเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ๆ แนะนำว่าให้เลือกเป็นแบบเบาะหนาไปเลยดีกว่า ต่อให้เด็กล้มกระแทกหรือล้มใส่ก็ไม่เป็นปัญหา

2. เลือกให้เหมาะกับความสูงลูก

เมื่อจะเลือกซื้อคอกเด็กแล้วอย่าลืมมองเรื่องของความสูงลูกน้อยด้วย ควรเลือกระดับพอดี ๆ ไม่สูงหรือต่ำมากเกินไป เพราะกรณีที่ต่ำเกินไปเวลาลูกน้อยเกาะ หรือปีนเล่นสุดท้ายก็ออกมาและอาจได้รับอันตรายจากการปีน แล้วสะดุดคอกกั้น ส่วนกรณีที่สูงเกินไปลูกน้อยก็ยืนเกาะไม่ถึง และพ่อแม่เองก็จะไม่เห็นว่าลูกกำลังทำอะไรในคอกด้วย

3. มีความแข็งแรงทนทาน

เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้เลยจริง ๆ ซึ่งพ่อแม่ควรเลือกคอกกั้นที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ไม่เกิดปัญหาทะลุ หรือแตกหัก ล้มได้ง่าย ๆ เพื่อความอุ่นใจ และลูกน้อยจะปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่ในคอก

4. เลือกตามงบประมาณที่มี

คอกกั้นเด็กมีให้ใช้งานตั้งแต่ราคาหลักร้อย ไปจนถึงหลักพัน พ่อแม่จำเป็นต้องพิจารณางบประมาณของตัวเองที่มีก่อนว่าเหมาะกับราคาเท่าไหร่ จากนั้นจึงมองถึงปัจจัยต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน ทั้งวัสดุที่ใช้ทำ ความแข็งแรงทนทาน เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยอีกเช่นกัน

5. เลือกคอกตามขนาดพื้นที่ของบ้าน

สุดท้ายที่อยากแนะนำกับการเลือกขนาดคอกกั้นให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่บ้าน ทั้งลูกน้อยหรือตัวพ่อแม่เองสามารถเข้าไปเล่น ไปนอนด้วยแบบไม่อึดอัด ลูกเคลื่อนไหวร่างกายได้แบบอิสระสบายตัว ส่งผลต่อพัฒนาการดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

การเลือกคอกกั้นเด็กถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะเปรียบเสมือนเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของลูกน้อย บางครอบครัวให้เด็กอยู่ในนั้นแทบทั้งวัน จึงควรต้องพิจารณาใส่ใจอย่างดีที่สุด เพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกับลูกน้อย หลังจากนี้เชื่อว่าทุก ๆ คนจะพิจารณาตัดสินใจเลือกได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยแบบไม่ต้องคิดมาก

4


เชื่อว่ามีหลาย ๆ บ้านที่ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไปแล้วแต่เกิดปัญหาน้ำไม่แรง พาให้การอาบน้ำไม่เพลิดเพลิน ดังนั้นหากรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องไม่แรงว่าเกิดจากอะไร ก็จะช่วยให้ทุกคนแก้ไขทันท่วงที และน้ำกลับมาไหลดีได้ดังเดิม ซึ่งใครเกิดปัญหานี้อยู่และอยากรู้ถึงปัจจัยที่แท้จริงเพื่อการแก้ไขอย่างถูกต้อง อย่ารอช้าที่จะไปศึกษาพร้อมกันเลย

ปัญหายอดฮิตเครื่องทำน้ำอุ่นไม่แรงเกิดจากอะไร?

1. แรงดันของน้ำอ่อนเกินไป

สาเหตุแรกที่มักจะเกิดกับบ้านที่มีมากกว่า 2 ชั้น จนแรงดันน้ำประปาไม่สามารถส่งขึ้นไปถึง เวลาเปิดใช้งานก็จะทำให้น้ำอุ่นขาดความสม่ำเสมอได้ และเกิดปัญหาน้ำไม่แรง ไหลช้า ซึ่งถ้าจะให้แนะนำวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดก็คือการเลือกติดตั้งปั๊มน้ำเพราะจะช่วยดูดน้ำมากและน้ำไหลแรงขึ้น

2. เกิดตะกรันขึ้นในระบบทำความร้อน

ไม่ว่าจะเครื่องช่วยทำน้ำอุ่นไหน ๆ เมื่อติดตั้งใช้งานไปแล้วก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาที่ทำให้น้ำไหลไม่แรง อย่างการเกิดตะกรันในระบบทำความร้อน เพราะหากเครื่องไม่ได้รับการกรองที่ดีก็ทำให้เกิดสิ่งสกปรกแฝงมาในน้ำได้ และกลายเป็นตะกรันขึ้นนั่นเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเครื่องทำน้ำอุ่น ยี่ห้อไหนดีก็ควรมองเรื่องการตัวกรองช่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้น้ำแรงสะใจ อาบเพลิดเพลิน

3. ระบบทำความร้อนเสื่อมสภาพ

เป็นอีกปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องช่วยทำน้ำอุ่นได้ โดยเฉพาะกับเครื่องที่ถูกใช้งานเป็นเวลานานแล้ว ระบบทำความร้อนที่ติดตั้งมาเสื่อมสภาพ หรือมีความชำรุด เสียหาย แนะนำว่าให้ส่งซ่อมกับช่างผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะดีที่สุด

4. หม้อที่ใช้ทำน้ำอุ่นรั่วซึม

ถือเป็นอีกปัญหาที่พาให้น้ำจากเครื่องออกมาไม่แรงก็คือหม้อที่ใช้ทำน้ำอุ่นเกิดรั่วซึม ซึ่งจะพบได้บ่อยกับเครื่องทำน้ำอุ่น ราคาถูก โดยวัสดุที่ใช้จะเป็นพลาสติกเกรดต่ำ พอใช้ไปนาน ๆ ก็เกิดรั่วซึมได้ และน้ำก็ออกมาไม่แรง แนะนำว่าการเลือกราคาที่สูงขึ้นมาและเป็นวัสดุพลาสติกคุณภาพสูงอย่าง Grilon ก็จะมีความสามารถในการทนทานความร้อนได้สูงถึง 260 องศาเซลเซียส รับรองว่าทนทาน ไม่เกิดอาการรั่วซึมได้ง่าย ๆ

จริง ๆ แล้วนี่เป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นไหลไม่แรง ซึ่งยังมีอีกหลายสาเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นแรงดันไฟฟ้าในบ้านไม่เหมาะสม, มีสิ่งสกปรกไปอุดตันในท่อส่งน้ำ, ตัวฝักบัวมีระบบกรองน้ำแบบหลายชั้นเกินไป หรือยางแหวานแบบรูมีขนาดที่เล็กมากเกินไป แต่กระนั้นหากได้ทำความเข้าใจอย่างแท้จริงแล้ว เชื่อว่าการใช้เครื่องนี้จะทำน้ำอุ่นออกได้อย่างใจปรารถนา

5


นอกจากการจัดวางโต๊ะทำงาน หรือการเลือกสี เลือกทิศที่เหมาะสมแล้ว การใช้ของตกแต่งเสริมฮวงจุ้ยก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจละเลยไปได้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงานของทุกคนได้ดียิ่งกว่าเดิม แล้วจะมีของตกแต่งอะไรบ้างที่ควรนำมาวาง? หากคุณสนใจอยากเสริมฮวงจุ้ยด้านนี้ด้วย อย่ารอช้าที่จะไปหาคำตอบพร้อมกันทางนี้เลย

ของตกแต่งให้โต๊ะทำงาน เสริมฮวงจุ้ยการทำงานอย่างดีที่สุด

1. แก้วน้ำ หรือหินนำโชค

แก้วน้ำในที่นี้ต้องเป็นแก้วกระเบื้อง หรือแก้วเคลือบ รวมถึงหินนำโชคที่มีขนาดก้อนกำลังเหมาะสม ซึ่งของตกแต่งเหล่านี้จะช่วยรับพลังงานด้านดีเข้ามาหาเจ้าของโต๊ะ ช่วยดูดทรัพย์ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะใครที่ทำการตลาด หรือต้องเชิญชวนลูกค้าร่วมลงทุนควรมีของตกแต่งนี้เลย อย่างไรก็ตามต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดทั้งแก้วและหินอยู่เสมอด้วย

2. น้ำมันหอมระเหย

เป็นอีกสิ่งที่เหมาะสมกับการมาเสริมฮวงจุ้ยวางไว้ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ใช้ทำงานของทุกคนเลยจริง ๆ เพราะจะช่วยให้ได้รับความหอมสดชื่น เพิ่มอารมณ์ผ่อนคลายในการทำงานตลอดวันได้อย่างดี โดยเฉพาะใครที่ต้องทำงานเครียด ๆ คิดเยอะ วิเคราะห์บ่อย มีไว้ไม่เสียหาย นั่งทำงานสุขสบายก็คราวนี้

3. เต่าคริสตัล

เป็นอีกการเสริมฮวงจุ้ยด้านการทำงานได้ดี และเหมาะกับการนำมาวางไว้ที่โต๊ะอย่างที่สุดสำหรับเต่าคริสตัลซึ่งตามความเชื่อของชาวจีนนั้นถือเป็นสัตว์มงคล จะช่วยหนุนนำด้านการทำงาน เสริมพลังการเงินไหลมาเทมา หน้าที่การงานเองก็มีความมั่นคงมากขึ้น

4. ต้นไม้ขนาดเล็ก

ถือเป็นวิธีเสริมฮวงจุ้ยการทำงานพร้อมเพิ่มออกซิเจน สร้างอากาศบริสุทธิ์ สมองสูดเข้าไปปลอดโปร่งมากขึ้น จะวางบนโต๊ะปกติ หรือโต๊ะปรับระดับได้ก็ไม่มีปัญหา ซึ่งต้นไม้แนะนำ เช่น

- ต้นออมเงิน : ช่วยให้การงานมั่นคงมากขึ้น ควบคุมการเงินไม่ให้ใช้จ่ายเยอะมากเกินไป
- ต้นโฮย่าหัวใจ ช่วยเสริมสร้างศักยภาพการทำงานให้ตัวเอง เพิ่มพลังอำนวจการตัดสินใจได้ดี
- ต้นไผ่กวนอิม : ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้เกิดโชคลาภหลั่งไหลเข้ามาหาเจ้าของโต๊ะได้ดี
- ต้นเฟิร์นข้าหลวง : จะช่วยเสริมเกียรติยศครอบครัว การทำงาน สร้างความภูมิฐานให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้น

โต๊ะทำงานใครงโล่ง ๆ อยากเสริมฮวงจุ้ยการทำงานให้ดีมากขึ้น แนะนำเลือกของตกแต่งเหล่านี้วางเอาไว้รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ใช่แค่กับโต๊ะที่ตั้งอยู่สำนักงานเท่านั้น จะเป็นโต๊ะที่บ้านช่วง Work From Home ก็เสริมฮวงจุ้ยการทำงานได้หมด พร้อมสร้างบรรยากาศการทำงานได้ดีตามไปด้วย

6


หากลองสังเกตให้ดีเก้าอี้สำนักงานแทบทุกตัวเลยก็ว่าได้มักใช้งานแบบล้อลากเพื่อการเคลื่อนไหวที่สะดวกสบายของผู้ใช้ ความน่าแปลกใจคือชิ้นส่วนนี้มักเป็นอีกวัสดุที่หลายคนมองข้ามเรื่องการดูแลยืดอายุการใช้งาน ทำให้บ่อยครั้งล้อเสียขึ้นมาทั้งที่ตัวเก้าอี้ยังใช้งานต่อไปได้ ดังนั้นการศึกษาถึงวิธีดูแลล้อเก้าอี้ใช้ในสำนักงานจึงสำคัญและอย่ามองข้ามเด็ดขาด

การดูแลรักษาล้อของเก้าอี้สำนักงานเพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้น

1. การใช้สารหล่อลื่น

เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอยู่เสมอ เมื่อใช้งานเก้าอี้ทำงานเป็นเวลานาน ๆ ก็คือความลื่นของล้อที่มีโอกาสลดประสิทธิภาพลงเรื่อย ๆ จนเกิดปัญหาฝืดเคืองได้ ส่งผลต่อการบังคับทิศทางหรือหมุนล้อเก้าอี้แบบตามใจได้ลำบาก จึงอยากแนะนำวิธีดูแลรักษาแรกก็คือการใช้งานสารหล่อลื่นเติมเต็มที่ล้อเพื่อช่วยถนอมล้อใช้ยังคงใช้งานเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ

2. การทำความสะอาด

ต่อมาเป็นเรื่องของการทำความสะอาดเก้าอี้ที่อยากให้ทำอย่างสม่ำเสมอที่สุด เริ่มจากการใช้ไม้ขนไก่มาปัดฝุ่นตามจุดต่าง ๆ ออก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ มาเช็ดซ้ำ อย่าลืมเช็ดบริเวณขาเก้าอี้ รวมถึงล้อเก้าอี้ด้วย (แต่เลือกเป็นผ้าแห้ง) เพราะจะไม่ทำให้เกิดการสะสมความชื้นจนกลายเป็นขึ้นสนิมในที่สุด ทั้งนี้ อยากแนะนำเพิ่มเติมในการใช้งานน้ำยาเคมีเช็ดว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะบางครั้งน้ำยาเหล่านี้อาจไปทำปฏิกิริยาที่พื้นผิวเก้าอี้ในตำแหน่งจุดต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ส่วนประกอบล้อ สุดท้ายก็เสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม

3. อย่าลืมตรวจสภาพล้ออย่างสม่ำเสมอ

ส่วนของยาง และแป้นที่ใช้ยึดล้อเข้ากับเก้าอี้ถือว่ามีความสำคัญมาก ๆ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่งแล้วก็ควรดูว่ามีปัญหาหลุดหรือชำรุดตรงไหนบ้างหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่อการนั่งผู้ใช้งานทำให้รองรับได้ไม่ดีเท่าที่ควร และไปจนถึงเกิดอันตรายได้ง่าย ๆ จึงอยากให้หมั่นตรวจสอบดูแลดี ๆ หากพบการชำรุดต้องรีบซ่อมแซม หรือเปลี่ยนใหม่ทันที แล้วการใช้งานเก้าอี้คอมพิวเตอร์ทุกประเภทของคุณจะผ่านไปได้ราบรื่น เป็นเก้าอี้ตัวโปรดนาน ๆ

ส่วนใหญ่แล้วการดูแลรักษาเก้าอี้สำนักงานก็อยู่ที่วัสดุของล้อที่นำมาประกอบด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็นแบบ Thermoplastic Polyurethane ที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน สำนักงาน หรือที่ร่ม นอกจากนี้ที่ล้อยังมีวัสดุอย่าง Elastic Rubber เพื่อรองรับน้ำหนักให้ใช้งานได้อย่างดีด้วย รวมถึง Natural Rubber ที่จะเน้นให้การใช้งานนุ่มนวลมากขึ้น ทำให้ลากเก้าอี้ไปไหนมาไหนได้อย่างตอบโจทย์ ซึ่งวัสดุเหล่านี้สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างที่สุด หวังว่าวิธีการข้างต้นจะช่วยยืดอายุเก้าอี้ตัวโปรดของคุณได้มากกว่าเดิม

7


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจอยากซื้อเครื่องตัดหญ้ามาใช้งานแต่ไม่รู้จะเลือกยี่ห้อไหน รุ่นใดดี ไม่ต้องเป็นกังวลอีกต่อไป เพราะบทความนี้ได้รวบรวมอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมมาแนะนำถึง 4 ยี่ห้อสุดเจ๋ง เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจซื้อได้อย่างไม่ลังเล ด้วยคุณสมบัติของแต่ละรุ่นการันตีช่วยให้การตัดหญ้าของคุณสะดวกสบาย ราบรื่นมากขึ้น

แนะนำ 4 เครื่องตัดหญ้าสุดเจ๋ง เลือกซื้อใช้งานไม่ผิดหวัง

1. รถตัดไฟฟ้า CARINA CG-1,200 1,200 วัตต์

เริ่มต้นที่เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าแบบรถตัด รุ่น CARINA CG-1200 1200 วัตต์ ที่ตัวเครื่องกะทัดรัดมาก ๆ น้ำหนักเบา มีมอเตอร์กำลังไฟที่ 1,200 วัตต์ รอบการหมุนของใบพัดต่อนาทีที่ 3,450 รอบ ความจุถัง 25 ลิตร ไม่จำเป็นต้องหยุดใช้งานเพื่อเททิ้งระหว่างตัดบ่อย ๆ สามารถเลือกปรับระดับความสูงในการตัดได้ถึง 3 ระดับเลยทีเดียว

2. รถตัดไฟฟ้า BLACK&DECKER BEMW461BH B1 1,400 วัตต์

เป็นเครื่องตัดประเภทรถตัดไฟฟ้าที่น่าสนใจ สามารถปรับระดับความสูงได้อ 6 ระดับ มีความจุการเก็บหญ้าได้ 40 ลิตร มีมอเตอร์ที่เป็นใบพัดช่วยระบายความร้อน และระบบป้องกันมอเตอร์ไหม้ นอกจากนี้ ด้ามจับแข็งแรงทนทานมากผลิตจากเหล็ก และมีฉนวนป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ช่วยให้การทำงานสบายใจมากขึ้น ความกว้างใบมีด 34 ซม. มือด้ามจับทำมุม 20 องศา เหมาะกับการตัดทั้งหญ้าปลูกและหญ้าธรรมชาติ

3. รถเข็นน้ำมัน ROWEL CJ18TSWD55 5.5HP

อุปกรณ์ช่วยตัดแต่งหญ้าให้เรียบเสมอกันได้ดี เครื่องยนต์ Honda GXV160 ขนาด 5.5 แรงม้า ระดับปรับสูง – ต่ำได้ถึง 12 ระดับ มีคันโยกให้ใช้งานด้วย ใบมีดคมขนาด 18 นิ้ว ตัดหญ้าขาดอย่างมีประสิทธิภาพ กล่องเก็บความจุหญ้าสูงถึง 60 ลิตร ด้ามจับเข็นเครื่องพับเก็บได้ แข็งแรง ทนทาน ด้วยเหล็กที่เป็นวัสดุในการผลิต

4. หุ่นยนต์ตัด GARDENA 15002-20 18 โวลต์

ปิดท้ายกันที่เครื่องตัดแบบหุ่นยนต์ที่จะมีเซนเซอร์ช่วยตรวจจับสิ่งกีดขวาง ทำให้ไม่ไปชนหรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ใบมีดกว้าง 16 ซม. ตัดได้ไวและแม่นยำ การทำความสะอาดเครื่องง่ายมาก เพราะแค่ใช้น้ำเปล่าฉีดล้างใต้ท้องเครื่องเท่านั้น ไม่มีมาผสมน้ำยาเช็ดใด ๆ เหมาะกับการตัดหญ้าที่พื้นที่ไม่เกิน 500 ตร.ม. เสียงรบกวนเพียง 58 เดซิเบลเท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับทั้ง 4 เครื่องตัดหญ้าที่ได้นำมาแนะนำนี้ แต่ละเครื่องน่าสนใจมาก ๆ เลยใช่ไหม จริง ๆ ก็ยังมีเป็นเครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะที่ก็เหมาะกับการตัดหญ้าทุกประเภท และทุกระดับความสูง สามารถเลือกซื้อได้หลากหลายยี่ห้อเช่นกัน ใครที่ชื่นชอบเครื่องประเภทไหนก็ตัดสินใจซื้อมาใช้งานได้เลยอย่ารอช้า เพื่อการตัดหญ้าที่เรียบเตียน

8


ปัจจุบันการใช้งานเครื่องฟอกอากาศถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติสำคัญในด้านการจัดการมลพิษต่าง ๆ พร้อมทำให้อากาศที่อยู่รอบตัวบริสุทธิ์สะใจ จึงได้รวบรวมมาแนะนำกันถึง 5 รุ่นกันเลยทีเดียว เผื่อว่าใครยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ ลองศึกษาข้อมูลเหล่านี้แล้วจะช่วยได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมแน่

5 เครื่องฟอกอากาศ ที่คนรักอากาศบริสุทธิ์ต้องมีใช้งาน!

1. MEX PURIFINA P501

เป็นเครื่องช่วยฟอกอากาศที่มีการออกแบบสวยงาม จัดวางได้เหมับทุกสไตล์ห้อง ไส้กรองแบบ 13 HEPA ที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้แบบ 99% รวมถึงบรรดาควันบุหรี่ ละอองเกสร หรือละอองขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน แบบ 99.97% มีไฟ LED แสดงคุณภาพ 4 สีให้เราได้รู้ ระบบหน้าจอสัมผัส ใช้กับห้องพื้นที่ 50 – 70 ตรม. ราคาเครื่องละหมื่นต้น ๆ เท่านั้น

2. PURI AIR SMARTLINK

Air Purifier ที่น่าสนใจอีก 1 ยี่ห้อ กับเครื่องฟอกแบบพกพา PURI AIR SMARTLINK ที่สามารถกรองฝุ่นขนิด 0.3 ไมครอนได้สบาย ช่วยลดสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือฝุ่นที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ถึง 99.995% มีนวัตกรรมใหม่ UV-C ที่ไม่ผลิตออโซน ไม่เกิดผลข้างเคียงต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ปรับแรงลมได้ 2 ระดับ ขนาดเล็กพกพาไปได้ทุกพื้นที่ ราคาเครื่องละไม่เกิน 5,000 บาท

3. DAIKIN MC40UVM6-7

มาต่อกันที่เครื่องใช้ฟอกอากาศที่เป็นระบบสตรีมจากไดกิ้น ที่ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย สารอันตราย หรือสารก่อภูมิแพ้ได้ดี มีเซนเซอร์หน้าเครื่องช่วยวัดค่าระดับฝุ่นที่เล็กกว่า PM 2.5 ได้ถึง 6 ระดับ ใช้งานกับพื้นที่ 31 ตรม. ได้ดี มีฟิลเตอร์ช่วยกรองกลิ่นคาร์บอน ยับยั้งการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตลอดการใช้งาน ราคาเครื่องละไม่เกินหมื่นด้วยซ้ำ

4. ELECTROLUX FA41-403BL

ใช้กรองอากาศด้วยแผ่นกรอง 5 ชั้นประสิทธิภาพอากาศบริสุทธิ์สูง มีเซนเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองได้ดีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนก็ไม่มีปัญหา หน้าจอเป็นระบบสัมผัส มี UV – C ช่วยฆ่าเชื้อโรค และแบคทีเรียสูงถึง 99.9% การทำงานแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ เหมาะกับการใช้งานขนาดห้อง 50 ตรม. ราคาต่อเครื่องไม่เกินหมื่นบาทเท่านั้น

5. SHARP FP-J30TA-B 23 ตารางเมตร

ปิดท้ายที่เครื่องกรองอากาศยี่ห้อ SHARP ที่มีเทคโนโลยี Plasma cluster Ion ตัวช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียได้ดี มีฟังก์ชันตั้งเวลา 4 หรือ 8 ชม. ให้เลือกใช้งาน ไส้กรองช่วยดัดจับฝุ่นและเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีสัญลักษณ์สัญญาณเพื่อแจ้งเตือนเปลี่ยนไส้กรองให้รู้ด้วย แผ่นกรองเป็นแบบ HEPA Filter อายุการใช้งานยาวนานถึง 2 ปี ราคาต่อเครื่องไม่เกิน 3,000 บาท

เชื่อว่าการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศใช้งานของคุณจะผ่านไปได้ด้วยดี พร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชม. อย่างเต็มประสิทธิภาพ อากาศบริสุทธิ์สมปรารถนา ซึ่งทั้ง 5 รุ่นที่แนะนำบอกเลยว่าไม่ธรรมดา ถูกใจ พอใจเครื่องไหนรีบซื้อได้เลย

9


หลาย ๆ บ้านเมื่ออยู่อาศัยสักพักอาจเกิดปัญหาน้ำฝนไหลจากหลังคาลงมายังพื้น ทำให้บ้านเลอะเทอะแล้วไม่ใช่แค่บ้านตัวเองเพื่อนบ้านก็พลอยโดนไปด้วย การติดตั้งรางน้ำฝนจึงเป็นสิ่งควรทำอย่างที่สุด ครั้นจะเลือกติดตั้งด้วยตนเองบางคนอาจไม่รู้ถึงวิธีการที่ถูกต้องก็เป็นได้ จึงขอรวบรวมมาให้ศึกษาอย่างละเอียด เพื่อการติดตั้งแล้วเกิดประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

วิธีติดตั้งรางน้ำฝนที่ถูกต้อง เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ

ต้องอธิบายก่อนเลยว่าตัวช่วยดี ๆ ชิ้นนี้มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบมาก ทั้ง รางน้ำฝน PVC, รางไวนิล, รางอะลูมิเนียม, รางสแตนเลส, รางไฟเบอร์กลาส รวมถึงรางสังกะสี ซึ่งแต่ละประเภทการติดตั้งก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นการติดตั้งเบื้องต้นเพื่อช่วยให้การใช้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่

- เริ่มต้นสำรวจดูพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง เป็นการเช็คความแข็งแรงโดยเฉพาะบริเวณเชิงขายคา หรือปีกนกสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ กรณีที่ต้องรื้อรางน้ำเก่าออกก็ต้องระวังอย่าให้การรื้อไปกระทบกับโครงสร้างหลังคา
- ต่อมาให้คุณวัดระดับน้ำระหว่างหัวและท้ายของราง เป็นการวัดดูความลาดเอียง แล้วก็ทำการตีเต๊า หรือใช้เชือกมาขึงตีแนวเส้น เป็นการสร้างเพื่อให้การติดตั้งเป็นไปตามเส้นเชือกที่ตีไว้อย่างดี
- จากนั้นติดตะขอแขวนราง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของระยะแต่ละประเภทรางน้ำ โดยแต่ละประเภทจะมีระยะเหมาะสมต่างกันออกไป ปกติแล้วมักเว้นระยะที่ 60 – 80 ซม. และหากเป็นแบบไวนิลต้องใช้ซิลิโคนมาช่วยเชื่อมรอยต่อให้ติดกัน ไม่เป็นรอยรั่ว (ปัจจุบันมีรางน้ำฝนสำเร็จรูปก็ไม่ต้องต่ออะไรมากมาย ติดตั้งได้ทันที)
- ติดตั้งรางน้ำด้วยตัวยึดกับผนัง หรือตัวเสาให้แน่นหนา
- ตรวจสอบการทำงานของรางน้ำ โดยการทดลองฉีดน้ำด้วยสายยางขึ้นไปบนหลังคา และถ้าน้ำไหลลงรางสู่ท่อพักอย่างดีก็เป็นการติดตั้งที่สมบูรณ์แบบแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากต้องการรู้ถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรางน้ำแต่ละประเภท จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับค่าติดตั้ง หรือเกรดวัสดุที่ใช้ทำด้วย เช่น รางสแตนเลสขนาด 6 นิ้วต่อเมตร ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท, รางไวนิล ราคาต่อเมตรที่ 750 บาท, รางแบบสังกะสี ต่อเมตรราคาอยู่ที่ 300 บาท, รางอลูมิเนียมต่อเมตร ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท เป็นต้น อธิบายง่าย ๆ ว่าแต่ละประเภทมีค่าใช้จ่ายต่างกัน จึงควรพิจารณางบประมาณตนเองพร้อมเปรียบเทียบความเหมาะสมในการเลือกใช้ด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นขั้นตอนการติดตั้งรางน้ำฝนด้วยตนเองที่ไม่ได้ซับซ้อน หวังว่าทุกคนจะนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดีที่สุด หรือถ้าไม่ถนัดจริง ๆ การจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แม้งบประมาณเพิ่มขึ้นแต่ก็ได้งานคุณภาพชัวร์

10
สินค้าอื่นๆ / 7 ข้อควรทำ หลังการฉีดฟิลเลอร์
« เมื่อ: 10 มิถุนายน 2022, 09:29:12 AM »


1. พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับจุดที่ฉีดฟิลเลอร์

หลังการฉีดฟิลเลอร์ไป สิ่งที่ห้ามทำคือ ห้ามนวด กด รวมทั้งการสัมผัสแรง ๆ ในรอบ ๆ ที่ฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากว่าอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนไปจากบริเวณที่ฉีด และในบางเคส หมอใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกหน้า การนวดทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่แผนการรักษา หรือทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร

ดังนี้หลังฉีดฟิลเลอร์ หากมีอาการคันหรือระคาย ห้ามเกาโดยเด็ดขาด เนื่องจากว่าอาจจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการอักเสบของผิวได้ ถ้าหากอาการคันไม่หายไปด้านใน 3 วัน ควรจะรีบไปพบหมอผู้เชี่ยวชาญ

2. เลี่ยงอาหารจำพวก หรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวที่มีส่วนประกอบของกรด

ควรจะเลี่ยงการทานวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสม รวมทั้งวิตามินอี ทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะสารพวกนั้นอาจทำให้ผู้เจ็บป่วยเสี่ยงกับสภาวะบอบช้ำได้ง่ายดายกว่าธรรมดา

ยิ่งไปกว่านี้สินค้าสำหรับบำรุงรักษาผิวพรรณที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA หรือ Retinoids ก็อาจจะก่อให้เกิดการเคืองกับผิวรวมทั้งรอบ ๆ ที่ฉีดสารฟิลเลอร์ได้อีกด้วย ด้วยเหตุนั้นจึงต้องควรเลี่ยงก่อนชั่วคราว เพื่อให้มีความปลอดภัย

3. เลี่ยงการได้รับแสงแดดและก็ความร้อน

โดยธรรมดาแล้วใน 48 ชั่วโมงแรก หมอจะชี้แนะไม่ให้ผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง ยกตัวอย่างเช่นการเข้าห้องซาวน่า เพราะความร้อนจะมีผลให้ผิวยืดหดมากยิ่งกว่าธรรมดา มีผลต่องการเซตตัวของฟิลเลอร์

ภายหลังฉีดฟิลเลอร์ไป ผิวอาจมีความ sensitive มากยิ่งกว่าปกติ การโดนความร้อนอาจจะทำให้กำเนิดรอยแดง เคืองรวมทั้งผื่นขึ้น

4. เลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

ยาที่มีฤทธิ์ต้านทานการแข็งตัวของเลือด ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน รวมทั้งยาแก้อักเสบบางจำพวก เป็นยาที่ควรจะเลี่ยงทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉีดลงไปในผิวหนังชั้นลึก ถ้าโดนเส้นเลือดขณะฉีดอาจจะก่อให้เลือดหยุดไหลช้า ทำให้บอบช้ำง่ายดายกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และไม่เสี่ยงบอบช้ำ ควรจะหลบหลีกการใช้ยาดังที่กล่าวมาข้างต้นขั้นต่ำ 1 อาทิตย์

5. หลบหลีกการแว็กซ์ ถอน ย้อมขน หรือใช้ครีมกำจัดขน

ภายหลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วผิวหนังรอบ ๆ ที่ฉีดอาจมีความเปราะบางลงชั่วครั้งคราว ราว ๆ  2-3 วัน ซึ่งแม้ในระหว่างนี้ มีการกำจัดขนด้วยแนวทางต่าง ๆ ได้แก่ การแว็กซ์ขน ถอนขน ใช้ครีมกำจัดขน หรือทำย้อมเส้นขน ก็อาจส่งผลให้ผิวมีการเคือง มีความเสี่ยงต่อการอักเสบและก็ติดโรคได้ โดยเหตุนั้นควรต้องหลบหลีกไปก่อนที่จะเหมาะสมที่สุด

6. ดื่มน้ำให้มาก ๆ

ฟิลเลอร์หมายถึงสารไฮยาลูลอนิคซึ่งมีฤทธิ์สำหรับในการซับน้ำ ภายหลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตอน 4-5 วันแรก หมอจะแนะนำให้กินน้ำให้อย่างต่ำวันละ 8-10 แก้ว หรือราว 2 ลิตรต่อวัน เนื่องจากการกินน้ำมากมาย ๆ จะช่วยทำให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารซับน้ำ มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น และก็ทำให้รอบ ๆ ที่ฉีดฟิลเลอร์มองเต็มเป็นธรรมชาติ

7. เลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์แล้วก็ดูดบุหรี่

ภายหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ควรให้งดเว้นการดื่มแอลกอลฮอล์ ของมึนเมา ดังนี้ไม่ใช่เพราะเหตุว่าฟิลเลอร์จะสลายหรืออยู่ไม่นาน แต่เพราะคนไข้อาจจะดูแลรอบ ๆ ที่ฉีดฟิลเลอร์ไปได้ไม่ดี บางทีอาจจะเผลอนวด เผลอเท้าคางได้ รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เลือดสูบฉีด อาจทำให้เลือดไหลในรอบ ๆ ที่ฉีดฟิลเลอร์ได้

การสูบบุฟรี่ภายหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีมาก เพราะว่าอาจจะก่อให้เป็นผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาได้ ดูดบุหรี่หลังการฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก อาจทำให้รูปลักษณ์ที่แพทย์ผลิตขึ้นมาเป็นปากกระจับบางครั้งอาจจะผิดแบบได้ ดังนั้นเสนอแนะให้งดเว้นสุรา แอลกอฮอล์ และก็ดูดบุหรี่ข้างหลังฉีดฟิลเลอร์ขั้นต่ำโดยประมาณ 2-3 วัน

11
เครื่องดูดฝุ่นถือเป็นเครื่องมือทำความสะอาดที่ทุกบ้านจะขาดไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยเบาแรงในการทำความสะอาดมากกว่าการกวาดด้วยไม้กวาดแล้ว เครื่องดูดฝุ่นยังสามารถจัดการกับเศษฝุ่นได้ดีและละเอียดกว่าด้วย โดยในปัจจุบันแบรนด์ต่าง ๆ ก็ได้มีการผลิตเครื่องดูดฝุ่นออกสู่ตลาดกันหลายรุ่น หลายรูปแบบ โดยแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ว่าแล้ววันนี้เราก็จะมารีวิวเครื่องดูดฝุ่น 3 สไตล์ จาก 3 แบรนด์ดัง ถ้าใครอยากรู้ว่าจะมีเครื่องดูดฝุ่นรุ่นอะไรจากแบรนด์ไหนบ้างก็ตามมาดูกันได้เลย

1. เครื่องดูดฝุ่น Electrolux EC41-6CR



EC41-6CR คือเครื่องดูดฝุ่นแบบกล่องจากแบรนด์ Electrolux ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นรูปแบบนี้จะมีราคาถูก แรงดูดสูง และสามารถเก็บฝุ่นได้เยอะ โดยตัวกล่องเก็บฝุ่นของ EC41-6CR นั้นสามารถเก็บฝุ่นและสิ่งสกปรกได้มากถึง 1.8 ลิตร มีมอเตอร์กำลังไฟ 2,000 วัตต์ และมีจุดเด่นที่ระบบกรองฝุ่น 4 ขั้นตอน ทำให้สามารถสามารถแยกอนุภาคของฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. เครื่องดูดฝุ่น dyson SV10Kv8 SLIM FLUFFY+



SV10Kv8 ที่ดูดฝุ่นแบบด้ามจับของแบรนด์ dyson เป็นเครื่องดูดฝุ่นตัวท๊อปราคาสูงแต่รับรองว่าคุ้มค่า ด้วยระบบหัวดูดพื้นลูกกลิ้งแบบใหม่ ที่ dyson ตั้งใจพัฒนาให้เล็กและเบาลงสามารถใช้ทำความสะอาดได้ทุกมุมของบ้าน มาพร้อมหัวดูดไซโคลน 2 ชั้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดเป็นเท่าตัว ตรงหัวดูดมีไฟส่องให้มองเห็นฝุ่นได้ง่าย ตัวเครื่องใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียม ชาร์จได้ยาวนานกว่า 5 ชม. ข้ดดีอีกอย่างของ SV10Kv8 ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ มอเตอร์ระบบดิจิตอล V8 ให้แรงดูดสูงถึง 19.5 แอร์วัตต์ แต่มีความดังเพียง 82 เดซิเบลเท่านั้น ถ้าจะพูดถึงข้อเสียก็คงจะเป็นส่วนของกล่องเก็บฝุ่นที่ค่อนข้างเล็กเพียง 0.54 ลิตร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับที่ดูดฝุ่นแบบด้ามจับ

3. เครื่องดูดฝุ่น xiaomi XMI-SKV4093GL



xiaomi XMI-SKV4093GL คือโรบอทดูดฝุ่น อุปกรณ์อัจฉริยะที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว ช่วยให้การทำความสะอาดของคุณง่ายขึ้นอีกเป็นเท่าตัว โดยความพิเศษของ XMI-SKV4093GL คือมันเป็นตัวช่วยที่สามารถกำจัดฝุ่นและถูพื้นได้ในเครื่องเดียว ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ความจุ 2600 mAh มีพลังดูดสูงถึง 2500 Pa ขนาดถังเก็บฝุ่น 600 มิลลิลิตร และถังเก็บน้ำ 200 มิลลิลิตร มีระบบกลับแท่นชาร์จโดยอัตโนมัติเมื่อแบตเหลือต่ำกว่า 20% ซึ่งเมื่อชาร์จเต็มแล้วสามารถกลับไปทำงานต่อได้ มีระบบ Visual Dynamic Navigation System ของตัวเครื่องที่จะวิเคราะห์โครงสร้างของห้องและออกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มันยังสามารถสั่งการด้วยเสียงและควบคุมผ่านมือถือได้อีกด้วย

12
สำหรับคนไทยเครื่องล้างจานอาจจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้รรับความนิยมสักเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศเครื่องล้างจานถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่มีใช้กันแทบทุกบ้าน ซึ่งสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าควรจะซื้อเครื่องล้างจานมาใช้ดีไหม วันนี้เราก็จะมาแชร์ข้อดีข้อเสียของเครื่องล้างจาน เพื่อช่วยทุกท่านประกอบการตัดสินใจ ถ้าอยากรู้ว่าจะมีอะไรบ้างก็ตามไปดูกันได้เลย



ข้อดีของเครื่องล้างจาน

เบาแรงและสะอาดกว่าการล้างด้วยมือ

สำหรับหลายคนการล้างจานถือเป็นกิจวัตรประจำวันที่แสนน่าเบื่อ แต่ปัญหาจะหมดไปถ้าหากคุณมีเครื่องล้างจานมาช่วยเบาแรง ซึ่งโดยปกติแล้วการล้างจานด้วยเครื่องนั้นจะมีมาตรฐานเรื่องความสะอาดมากกว่าการล้างด้วยมืออีกด้วย

สามารถล้างจานจำนวนมากได้

เครื่องล้างจานนั้นสามารถล้างจานทีละจำนวนมาก ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่อง ทำให้เหมาะจะใช้ในร้านอาหารหรือบ้านที่มีสมาชิกครอบครัวจำนวนมากนั่นเอง

ฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำอุณหภูมิสูง

เครื่องล้างจานนั้นจะทำการล้างสิ่งสกปรกด้วยน้ำอุณหภูมิสูง ซึ่งนอกจากจะทำให้พวกคราบและเศษอาหารหลุดออกง่ายกว่าเดิมแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าจะไม่มีเชื้อโรคและแบคทีเรียหลงเหลือติดจานอย่างแน่นอน

สะดวกมากขึ้นด้วยโปรแกรมการล้าง

เครื่องล้างจานรุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ต่าง ๆ เช่น เครื่องล้างจาน electrolux หรือ เครื่องล้างจาน xiaomi จะสามารถตั้งโปรแกรมการล้างรูปแบบต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ เช่น โปรแกรมประหยัดน้ำ หรือโปรแกรมสำหรับจานที่สกปรกมาก ทำให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีก

ข้อเสียของเครื่องล้างจาน

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

เป็นเรื่องปกติที่ความสะดวกสบายมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในกรณีของเครื่องล้างจานนั้นนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายของตัวเครื่องที่ค่อนข้างสูง(สำหรับเครื่องล้างจานคุณภาพดี) แล้ว ยังมีค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าน้ำยาล้างจานที่ใช้เฉพาะสำหรับเครื่องล้างจาน ซึ่งหาซื้อยากและมีราคาสูงกว่าน้ำยาทั่วไปอีกด้วย

ไม่เหมาะกับบ้านที่ใช้จานน้อย

เครื่องล้างจานนั้นถูกออกแบบมาสำหรับล้างจานจำนวนมากในคราวเดียว ซึ่งสำหรับบ้านไหนที่ล้างจานครั้งละไม่กี่ใบก็จะไม่คุ้มค่าน้ำ กับค่าน้ำยาล้างจาน

ไม่ควรใช้ล้างเครื่องครัวบางชนิด

เครื่องล้างจานนั้นมีข้อจำกัดว่าไม่ควรใช้ล้างเครื่องครัวที่ผลิตจากวัสดุบางชนิด เช่น จาน หรือ ช้อนส้อม ที่ทำจากอลูมิเนียม ไม้ คริสตัล เงิน ทองแดง และพลาสติกที่ไม่ทนความร้อน หรือเครื่องครัวมีคมอย่างมีดถ้าหากนำเข้าเครื่องล้างจานก็อาจจะทำให้ความคมหายไปได้

13
อย่างที่ทราบกันดีว่า “ตู้เย็น” คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความจำเป็นสำหรับทุกบ้าน แน่นอนว่าหน้าที่หลักคือการรักษาความสดใหม่ของอาหาร และช่วยจัดสรรวัตถุดิบต่าง ๆ ให้อยู่เป็นสัดส่วน แต่นอกจากที่กล่าวมาตู้เย็นรุ่นใหม่ ๆ ยังมีการเสริมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อให้การถนอมอาหารของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ว่าแล้วในวันนี้เราก็จะมารีวิวตู้เย็นสุดล้ำจาก 3 แบรนด์ดังได้แก่ ตู้เย็น mitsubishi, ตู้เย็น samsung, และ ตู้เย็น hitachi ถ้าหากใครกำลังมองหาตู้เย็นคุณภาพสูง ฟังก์ชั่นครบ และราคาสมเหตุสมผลอยู่ ก็ตามมาดูกันได้เลย

1. ตู้เย็น MITSUBISHI MR-FC35ER/BR

ราคา 11,290 บาท (ซื้อออนไลน์ลดเพิ่มทันที 500 บาท)



MITSUBISHI MR-FC35ER/BR ตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 11.1 คิว เป็นตู้เย็นสารพัดประโยชน์ในราคาจับต้องได้ ใช้ระบบอินเวอร์เตอร์ช่วยประหยัดพลังงาน มาพร้อมฟังก์ชั่นอัจฉริยะรอบด้านทั้ง Neuro Fuzzy System ระบบไมโครชิพอัจฉริยะที่คอยดูแลควบคุมการทำงานของตู้เย็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา, Humidity Control ฟังก์ชั่นควบคุมความชื้นในช่องแช่ ช่วยให้เนื้อสัตว์และผักผลไม้มีความสดใหม่อยู่เสมอ, Anti-Bacteria Food Liner ฟังก์ชั่นยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียให้คุณมั่นใจในสุขอนามัยของวัตถุดิบได้อย่างเต็มที่

2. ตู้เย็น SAMSUNG RT43K6230S8/ST

ราคา 15,990 บาท (ซื้อออนไลน์ลดเพิ่มทันที 1,500 บาท)



SAMSUNG RT43K6230S8/ST ตู้เย็นอัจฉริยะ 2 ประตูขนาด 15.6 คิว ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นสุดล้ำมากมาย เริ่มด้วย Twin Cooling Plus ระบบทำความเย็นแยกทิศทางซึ่งสามารถรักษาระดับความชื้นภายในตู้เย็นได้ถึง 70% ช่วยให้เนื้อสัตว์ รวมถึงผักและผลไม้ มีความชุ่มฉ่ำและสดใหม่อยู่เสมอสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดในการรักษาวัตถุดิบ อีกทั้งยังช่วยขจัดปัญหาเรื่องกลิ่นปะปนระหว่างอาหารได้, No Frost  ระบบป้องกันน้ำแข็งจับภายใน ไม่เพียงเท่านั้น RT43K6230S8/ST ยังมี Smart Conversion Mode ระบบสลับความเย็นอัจฉริยะ ที่สามารถปรับการใช้งานได้ตามความต้องการถึง 5 แบบ ทำให้คุณสามารถดึงประสิทธิภาพของตู้เย็นออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด

3. ตู้เย็น HITACHI RVGX400PF-1GBK

ราคา 16,490 บาท (ซื้อออนไลน์ลดเพิ่มทันที 824 บาท)



HITACHI RVGX400PF-1GBK ตู้เย็น 2 ประตู ระบบอินเวอร์เตอร์ ขนาด 15 คิว ที่มีความครบเครื่องเหมาะสำหรับทุกบ้าน จุดเด่นอยู่ที่ฟังก์ชั่นการกระจายลมคู่สามารถส่งความเย็นได้อย่างทั่วถึง, ภายในตู้ใช้ระบบไฟ LED ช่วยประหยัดพลังงานและมีอายุการใช้งานนานกว่า, มีช่องแช่ผักขนาดใหญ่จุใจและชั้นวางนริภัยที่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าตู้เย็นรุ่นอื่น ๆ, มีแผ่นกรองกลิ่น ช่วยลดปัญหากลิ่นปะปนของวัตถุดิบและยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย, สุดท้ายคือถาดทำน้ำแข็งแบบบิดหมุนปรับเลื่อนได้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จากทั้งหมดที่กล่าวมาบอกได้ว่า RVGX400PF-1GBK นั้นเป็นอีกหนึ่งตู้เย็นอัจฉริยะที่คุณภาพคุ้มเกินราคา

14
“ทีวี” ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับให้ความบันเทิงที่ทุกบ้านจะขาดไปไม่ได้ โดยในทุกวันนี้ตลาดทีวีมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะทีวีจอแอลอีดีซึ่งเป็นหน้าจอรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ มีการผลิตทีวีแอลอีดีรุ่นต่าง ๆ ออกมากันมากมาย ซึ่งก็จะมีเรทราคาแตกต่างกันไปตามขนาดและฟังก์ชั่น โดยในวันนี้เราก็จะมารีวิวทีวีแอลอีดี ขนาด 55 นิ้ว จาก 3 แบรนด์ดังทั้งในส่วนของราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาทีวีแอลอีดี ขนาด 55 นิ้ว อยู่ ก็สามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้เลย

1. ทีวี Samsung UA55AU7700KXXT

ราคา 20,990 บาท ซื้อออนไลน์ลดเพิ่ม 3,400 บาท



UA55AU7700KXXT คือ Smart tv รุ่นยอดนิยมจาก Samsung ที่มีฟังก์ชั่นที่สูงเกินราคา ด้วยความคมชัดระดับ 4K ความละเอียดสูง 3,840 x 2,160 พิกเซล มาพร้อมชิพประมวลผล Crystal Processor 4K ใช้ระบบปฎิบัติการ TIZEN ที่ช่วยให้หน้าจอแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี PurColor ให้คุณได้รับชมภาพสีสันสวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น มีระบบเอฟเฟกต์ Q-Symphony พลังเสียงรอบทิศทาง ความดังรวม 20 วัตต์ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมการทำงานของทีวีได้อย่างง่ายดายด้วยการสั่งงานผ่านระบบ Multiple Voice Assistants ของตัวรีโมต เรียกได้ว่าเป็นทีวีแอลอีดีที่ครบเครื่องไม่แพ้เจ้าอื่น ๆ เลยทีเดียว

2. ทีวี lg 55NANO80TPA

ราคา 23,990 บาท ซื้อออนไลน์ลดเพิ่ม 3,900 บาท



55NANO80TPA แอลอีดีทีวีตัวท๊อปจาก LG ซึ่งโดดเด่นเรื่องดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย เข้าได้กับการแต่งบ้านหลากหลายสไตล์ มาพร้อมความคมชัดระดับ 4K ความละเอียดสูง 3,840 x 2,160 พิกเซล โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี NanoCell Display ที่ LG ภูมิใจ สามารถแสดงเม็ดสีอันสมบูรณ์แบบและให้รายละเอียดที่สูงเหนือกว่าทีวีรุ่นอื่น ๆ ในมาตรฐานเดียวกัน มีเทคโนโลยี Local Dimming ที่สามารถควบคุมความสว่างของหน้าจอตามภาพที่แสดงออกมาโดยอัตโนมัติ สุดท้ายคือ Magic Remote แสนสะดวกที่สามารถใช้งานเสมือนเมาส์ไร้สาย และรองรับการสั่งการด้วยเสียง

3. ทีวี sharp 4T-C55CJ2X

ราคา 16,290 บาท ซื้อออนไลน์ ลดเพิ่ม 1,500 บาท



4T-C55CJ2X smart tv led จาก sharp ที่สุดของความคมชัดจากหลอดภาพ LED Blacklight ความละเอียดระดับ 4K (3,840 x 2,160 พิกเซล) เป็นสมาร์ททีวีสำหรับทุกคนในบ้าน รองรับการใช้งานผ่าน Netflix, Youtube, Prime Video, Web Browser และแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มือถืออย่างง่ายดายด้วยฟังก์ชั่น Cromecast built-in มีช่อง HDMI สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภาพและเสียง มีตัวรับสัญญาณ Digital ในตัว สามารถทำงานร่วมกับระบบปฎิบัติการ IOS และ android ได้อย่างไหลลื่น เป็นอีกหนึ่งทีวีแอลอีดีที่มีความลงตัวสำหรับครอบครัว

15
ปัจจุบันวิวัฒนาการของเครื่องโกนหนวดจากใบมีดโกนหนวดได้เปลี่ยนมาเป็นเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ากันหมดแล้ว เพราะเนื่องจากประสิทธิสิทธิภาพ เทคโนโลยี และการดูแลผิวจึงทำให้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาตามที่สุดของเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าไปพร้อม ๆ กัน กับการรีวิวเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า นวัตกรรมใหม่ที่คุณผู้ชายต้องหลงรัก แต่จะน่าเลิฟน่าลองแค่ไหนตามมาพิสูจน์กัน

1.เครื่องโกนหนวด FLYCO FS0002 (ราคา 1,490 บาท)



เครื่องโกนหนวด FLYCO เป็นที่โกนหนวดไฟฟ้า ที่มาพร้อมคุณสมบัติล้ำ ๆ หลายประการด้วยกัน ประการแรกมาพร้อมที่โกนหนวดไฟฟ้า 3 หัว จึงสามารถโกนได้ทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง และยังสามารถกันจอนได้อีกด้วย จึึงเพิ่มความสะดวกสบายในแง่ของการใช้งานได้มากขึ้น เหมาะสำหรับพกพาเพราะมาในรูปแบบไร้สาน โดยใช้เวลาชาร์ตเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่สามารถใช้งานได้สูงถึง 60 นาทีเลยทีเดียวค่ะ ลักษณะของหัวโกนแบบเดือยลูกลอย Floating dual-track foil จึงสามารถโกนให้เข้ารูปทุกรูปทรงของใบหน้า ช่วยให้โกนได้ลื่นขึ้น อ่อนนุ่มต่อผิวหนัง มาพร้อมใบมีด 2 ชั้นคู่ กระชับเข้ารูปกับผิวหน้าช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสผิว 50% จึงให้โกนได้ไวมากขึ้น เรียบเนียนขึ้น และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่าย ใช้ได้นานอีกด้วยค่ะ

2.เครื่องโกนหนวด PHILIPS S7783/50  (ราคา 5,990 บาท)



เครื่องโกนหนวด PHILIPS ที่ถึงมาจะมาในราคาที่ค่อนข้างจัดเต็มไปบอกได้คำเดียวว่าประสิทธิภาพก็ดีควรค่าแก่ราคาที่สุด เพราะหัวโกนสามารถหมุนได้รอบทิศทาง จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุก ๆ การใช้งาน โดยสามารถโกนได้ทั้งแบบเปียก แห้ง อีกทั้งยังโกนได้แบบแนบสนิท แม้กระทั่งกับหนวดเคราที่ขึ้นมาได้ถึง 3 วัน เพราะด้วยเทคโนโลยี SkinIQ Power AdapSensor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเซนเซอร์อันแสนล้ำสมัยจึงช่วยตรวจจับความหนาแน่นของเส้นขน โดยไม่ทำอันตรายต่อผิวในขณะที่กำลังโกนอยู่ นอกจากนี้ ระบบใบมีด Steel Precision Blade ทำให้รอบการตัดหนวดสูงสุด 90,000 ครั้งต่อนาที จึงได้เคราสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่กี่นาที อีกทั้งยังมี Motion Sensor ที่ช่วยแนะนำทิศทางของการโกน และยังเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Philips GroomTribe เพื่อปรับแต่งการโกนให้เหมาะกับความต้องการ และพัฒนาเทคนิคให้ใกล้เคียงกับผิวมากที่สุด ยังไม่จบเพียงเท่านั้นยังมี One Touch Open ล้างทำความสะอาดหัวโกนง่ายเพียงแค่คลิกเดียว และระบบ Quick Charge สามารถชาร์จไฟเต็มได้อย่างรวดเร็ว โดย 1 ครั้งใช้ได้ 60 นาที โดยชาร์ตด่วน 5 นาทีสามารถโกนได้ 1 ครั้ง ด้ามจับยังจับถนัดมือดีต่อผู้ใช้งานที่สุด

3. เครื่องโกนหนวด REMINGTON SF-4880 (ราคา 3,920 บาท)



เครื่องโกนหนวด จาก REMINGTON มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างครบช่วยให้ทุกการโกนหนวดในทุกเช้าเป็นเรื่องที่ง่ายแสนง่าย เพราะด้วยใบมีดออกแบบมาเพื่อใช้งานได้ง่ายและสะดวก โดยไม่ทำให้เกิดขนคุด มาพร้อมกับสารเคลือบจากว่านหางจระเข้จึงช่วยป้องกันการระคายเคืองในขณะที่กำลังโกน อีกทั้งยังสามารถตกแต่งหนวดเคราได้อย่างง่ายดาย หากใช้ร่วมกับโฟมโกนหนวด มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบลิเธียม จึงสะดวกต่อการชาร์ตไฟ โดยชาร์จไฟเต็มที่ใช้งานได้ 45 นาที ซึ่งใช้เวลาชาร์ตเพียง 120 นาทีเท่านั้น โดยมีสแตนด์สำหรับชาร์จไฟ พร้อมรับประกันสินค้าเป็นเวลา 2 ปี

หน้า: [1] 2 3 ... 10

 เว็บที่น่าสนใจ  :  หัวเชื้อน้ำยาล้างตะกรัน   หัวเชื้อน้ำยาล้างแอร์   จาระบีอุตสาหกรรม   เช่าโฮสติ้ง  เสื้อผ้าเด็กอ่อน  ขายส่งกลูต้าไธโอนแบบฉีด  
ติดต่อลงโฆษณา