ยินดีต้อนรับสู่เว็บประกาศฟรี www.fieldcircus.com

"เว็บไซต์นี้เป็นเพียงสื่อกลางในการประกาศ ซื้อ/ขาย ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบใดๆต่อการติดต่อ ซื้อ/ขาย ของท่านทุกรายการ โปรดพิจารณาความเหมาะสมก่อนการ ซื้อ/ขาย"

เสื้อผ้าเด็กอ่อน,เสื้อผ้าเด็กแรกเกิด,บอดี้สูทเด็ก  สเปรย์ล้างโซ่ สเปรย์หล่อลื่นโซ่  ติดตั้งกล้องวงจรปิด        

 

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - akarach

หน้า: [1] 2 3 4
1
 ตัวเลือกเด็ดเหมาะสืบทอดงาน คล็อปป์

ตัวเลือกเด็ดเหมาะสืบทอดงาน คล็อปป์

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ! นี่คือวลีที่แฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องจำให้ขึ้นใจเพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ก็คงต้องลงจากบัลลังก์นายใหญ่ "หงส์แดง" และนั่นคือสิ่งที่สโมสรต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนินๆ เมื่อเวลาดังกล่าวมาถึง
คล็อปป์ สร้างปรากฎการณ์มากมายนับตั้งแต่ที่เข้ามากุมบังเหียน "เดอะ เร้ดส์" ช่วงเดือนตุลาคม 2015 โดยเขาค่อยๆ พัฒนาสโมสรให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาสำฤทธิ์ผลด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ก็กำลังจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้
แน่นอนว่า คล็อปป์ ยังคงอยู่กับสโมสรต่อไปอย่างน้อย คาสิโน ก็จนกระทั่งสัญญาปัจจุบันหมดลง แต่สิ่งที่บอร์ดบริหารจำเป็นต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้ก็คือใครที่จะเข้ามาสืบทอดตำแหน่งของเขา เพราะคนๆ นั้นต้องพร้อมสานต่องานของคล็อปป์ ในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมต่อไปอีกหลายๆ ปีอย่าลืมว่าการไม่เตรียมความพร้อมอาจจะนำมาสู่การล้มสลาย เหมือนที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอมาแล้วเมื่อครั้งที่ เซอร์เคนนี่ ดัลกลิช โบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ในปี 1991 หรือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เกษียณตัวเองจากคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2013 ซึ่งทั้งสองกรณีนี้บ่งบอกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการไม่เตรียมหาทายาทที่เหมาะสมมาสืบทอดตำแหน่ง.....
มีสิทธิ์ทำให้ทีมตกต่ำนานหลายสิบปี ........

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ในฐานะตำนานกัปตันทีม ลิเวอร์พูล แน่นอนว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ย่อมได้รับการตอบรับจากสาวก "เดอะ ค็อป" ทั่วโลก หากเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นทายาท คล็อปป์ ในอนาคต เพราะนี่คือผู้เล่นลูกหม้อของสโมสร ที่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการค้าแข้งในสีเสื้อ "เดอะ เร้ดส์"
"สตีวี่จี" ประสบความสำเร็จแทบทุกอย่างกับ ลิเวอร์พูล แทงบอล โดยเขาขาดแค่แชมป์พรีเมียร์ลีก เท่านั้น ส่วนไฮไลท์ที่สำคัญก็คงหนีไม่พ้นการนำทัพ "หงส์แดง" สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 หลังชนะการดวลจุดโทษ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน
หลังจากอิ่มตัวกับ ลิเวอร์พูล เขาก็ตัดสินใจย้าย ไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็กซี่ และจากนั้นก็แขวนเกือกแต่ก็ยัง คาสิโนออนไลน์ ไม่ทิ้งวงการลูกหนังเมื่อกลับมารับตำแหน่งโค้ชเยาวชน "หงส์แดง" โดยผลงานของ เจอร์ราร์ด ถือว่าเข้าตา คล็อปป์ พอสมควร และได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่คุม "หงส์จูเนียร์" รุ่น ยู-18
สำหรับในศึกยูฟ่า ยูธ ลีก ฤดูกาล 2017/18 "สตีวี่จี" ถูกดันขึ้นไปคุมทีมระดับยู-19 ก่อนที่เขาจะตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการตอบรับทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมเรนเจอร์ส ยักษ์หลับแห่งศึกสกอตติช พรีเมียร์ลีก พร้อมเซ็นสัญญากับ "เดอะ ไลท์บูลส์" เป็นเวลา 4 ปี
เจอร์ราร์ด ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรในการทำงานให้ เรนเจอร์ส โดยสร้างสถิตไร้พ่ายเป็นเกมที่ 12 ติดต่อกันจากทุกรายการที่สโมสรลงสนาม และเป้าหมายของเขาก็คือนำสโมสรก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับ กลาสโกว์ เซลติก ทีมคู่อริตลอดกาลลีกวิสกี้

ยูเลียน นาเกิลส์มันน์

ด้วยวัยแค่ 28 ปี นาเกิลส์มันน์ ก้าวขึ้นมาเป็นเทรนเนอร์ให้กับสโมสรฮอฟเฟนไฮม์ ซึ่งตอนนี้เขาคือ กุนซือที่อายุน้อยที่สุดที่ทำหน้าที่กุมบังเหียนสโมสร ลงเล่นในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี โดยในเวลานั้นถือว่าเรียกเสียงฮือฮาให้กับคอลูกหนังเมืองเบียร์อย่างมาก
แรกเริ่มเดิมที นาเกิลส์มันน์ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชอยู่นั้น ทิม วีเซ่ (อดีตผู้รักษาประตูฮอฟเฟนไฮม์) ตั้งฉายาให้เขาว่า "เบบี้มูรินโญ" เนื่องจากมีความสามารถในการวางแท็กติกได้อย่างเฉียบคม เหมือนกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส
ความสามารถของเขาทำให้บอร์ดบริหารฮอฟเฟนไฮม์ ตัดสินใจแต่งตั้ง นาเกิลส์มันน์ ทำหน้าที่สืบทอดต ตำแหน่งนายใหญ่สโมสรแทนที่ ฮุบ สตีเว่นส์ กุนซือชาวฮอลแลนด์เมื่อปี 2016 โดยตอนนั้นเขานำทีมรั้งอันดับ 17 ในตารางลีกสูงสุดลูกหนังด๊อยท์ช และเกือบตกชั้น ก่อนที่จะเก็บชัยชนะ 7 จาก 14 แมตช์สุดท้ายทำให้อยู่รอดปลอดภัย
ในฤดูกาล 2016–17 นาเกิลส์มันน์ นำ ฮอฟเฟนไฮม์ สร้างเรื่องสุดเหลือเชื่อด้วยการหักปากกาเซียนเมื่อนำสโมสรติดอันดับท็อปโฟร์ ทำให้พวกเขาได้เข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยทีเดียว
แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาเมื่อ นาเกิลส์มันน์ ตัดสินใจอำลาสโมสรในปี 2019 และหันไปรับงานกุมบังเหียน แอร์เบ ไลป์ซิก และก็ยังคงโชว์กึ๋นได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับตอนนี้เขาอายุ 32 ปีแล้ว และกลายเป็นกุนซือที่อายุน้อยที่สุดที่คว้าชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ถ้วย "บิ๊กเอียร์" หลังเขี่ย สเปอร์ส ของ "เฮียมู" ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เปปิน ลินเดอร์ส

ลินเดอร์ส ทำงานใกล้ชิดกับ คล็อปป์ เมื่อเขาเป็นผู้ช่วยของนายใหญ่ชาวเยอรมัน ที่แอนฟิลด์ โดย ลินเดอร์ส เข้ามารับงานให้กับ "หงส์แดง" ตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งในเวลานั้นเขายังร่วมงานอยู่กับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ชาวไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งปัจจุบันคุมเลสเตอร์ ซิตี้
ก่อนที่จะมาทำงานให้ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวก็เคยได้เป็นกุนซือให้กับเอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น และการออกจากทีมของเซลจ์โก้ บูวัช อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม คล็อปป์ไม่รอช้าที่จะรีบดึง ลินเดอร์ส เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ เพราะมองเห็นแววว่าชายคนนี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม
สไตล์การทำงานของ ลินเดอร์ส มีส่วนละม้ายคล้ายกับ คล็อปป์ ซึ่งเป็นคนที่ทำ คาสิโน ทีมเน้นเกมบุกเป็นหลัก โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 โค้ชชาวดัตช์ เคยแสดงมุมมองเรื่องสไตล์การเล่นฟุตบอลของเขาได้ถูกอกถูกใจสาวก "เดอะ ค็อป" อย่างมากว่า "สไตล์ของเราคือการเล่นเกมบุก ทั้งเวลาที่มีและไม่มีบอล"
ช่วงที่ผ่านมาหน้าที่ของ ลินเดอร์ส คือออกแบบการฝึกซ้อม ซึ่งเขาจะลงไปคลุกคลีกับผู้เล่น เก็บรายละเอียดทุกอย่างในสนาม โดยที่ คล็อปป์ เป็นคนมองภาพรวม
นอกจากนี้ ลินเดอร์ส คือคนที่ปลุกปั้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จนเป็นตัวหลักของทีม และเป็นคนคอยให้คำแนะนำแก่ คล็อปป์ ว่าใครเหมาะสมที่จะได้รับการโปรโมตขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ หรือใครที่ควรออกไปหาประสบการณ์ก่อนเพื่อพัฒนาตัวเอง
ณ ตอนนี้ 3 ตัวเลือกดังกล่าวถือว่าโดดเด่นมากๆ และมีโอกาสที่จะเป็นทายาทของ คล็อปป์ แต่ในอนาคตอาจจะมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจ ฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือการมองหาผู้สืบทอดคนใหม่ที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม เมื่อเวลาแห่งการจากลามาถึง
ข้อดีของเว็บพนันออนไลน์ i99bet
ระบบหน้าเล่นเป็นภาษาไทย

ทำรายการฝาก-ถอน สะดวกรวดเร็ว
ระบบรองรับการใช้งานทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพย์มือถือ
การเงินมั่นคง การันตีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ติดต่อสอบถาม call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บตรง ไม่ผ่านเอเยนต์
จ่ายจริงทุกบิล
เปิดให้บริการยาวนานไม่เคยมีประวัติเสีย
สนับสนุนโดย i99bet

2
คล็อปป์ ความสัมพันธ์ระหว่างกุนซือกับนักเตะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ




คล็อปป์ ความสัมพันธ์ระหว่างกุนซือกับนักเตะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

ผู้จัดการทีม หรือเทรนเนอร์ บางครั้งอาจจะ  ประสบความสำเร็จ ทั้งสมัยเป็นผู้เล่น ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นโค้ช แต่สำหรับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลายคนมองเขา ในสมัยที่ยังค้าแข้งว่า เป็นผู้เล่นฝีเท้าดี แต่เรื่องนี้สำหรับ กุนซือชาวเยอรมัน เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย ตอนที่ยังโลดแล่นในสนามฟุตบอล
สาวก "เดอะ ค็อป" ต่างดีอกดีใจที่ คล็อปป์ ตัดสินใจเขารับงานกุมบังเหียนทัพ "เดอะ เร้ดส์" เพราะพวกเขาเชื่อว่าชายคนนี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงสโมสร และนำทีมผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่พวกเขาเฝ้ารอมานาน เพราะทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ครั้งสุดท้าย ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1990 เลยทีเดียว
คล็อปป์ อาจจะเป็นกุนซือที่เก่งมากๆ แต่สมัยที่เป็นนักเตะ ไม่ใช่แบบนี้เลย เจ้าตัวเป็นคนบอกเองว่าเขา ไม่ค่อยมีอะไรน่าประทับใจมาก นักในฐานะผู้เล่น แม้ว่าจะลงสนามให้ไมนซ์ ถึง 340 เกมในฐานะกองหลัง สมัยที่อยู่ระดับดิวิชั่น 2 ลีกเมืองเบียร์ "แน่นอนว่าผมไม่ดีเลย แต่ผมยังได้ลงเล่นตลอด ในทีมระดับดิวิชั่น 2 และสำหรับเหตุผลหลายๆ อย่าง ทั้งโค้ช, ผู้จัดการทีม ต่างคิดว่าผมมีส่วนสำคัญกับทีม ผมตัวขับเคลื่อนให้กับทีม ถ้ามีบางสิ่งผิดพลาดผม จะบอกทุกคน และถ้ามันเป็นไปได้ ผมบอกพวกเขาว่า เราจะทำยังไงให้มันดีขึ้น หรืออะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ ผมมีบทบาทแบบนั้นตั้งแต่ตอนเป็นนักเตะ"
คุณภาพใน ความเป็นผู้นำของ คล็อปป์ ที่แสดงให้เห็นในสนาม ทำให้เขาเก่งขึ้นเรื่องๆ โดยเรื่องนี้เจ้า ตัวยอมรับว่าเป็นคนที่มีนิสัย แบบนี้มานานแล้ว "รู้สึกว่านี่เป็นนิสัยของผม เพราะมันเป็นแบบนั้นมาตลอด วันอาทิตย์ผมลงเล่น วันจันทร์ผมทำหน้าที่โค้ช" ก่อนที่จะสร้าง ลิเวอร์พูล จนก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ก็มีลุ้น คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เขาประสบความสำเร็จกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แถมก่อนหน้านั้น อีกเจ้าตัวค้าแข้งกับ ไมนซ์ ซึ่งเจ้าตัวเปรียบตนเองว่าเป็นแค่นักเตะดาดๆ เท่านั้น
จากนั้น คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนสถานะ จากการลงเล่นในสนาม มาทำหน้าที่ยืมคุมทัพ ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง "มีนักเตะมากมายที่ขอให้ ผมช่วยแนะนำ เรื่องการใช้ชีวิต ผมเป็นคุณพ่อตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ดังนั้นผมมีปัญหามากมาย ที่พวกเขาซึ่งตอนนี้อายุ 20 ปี ไม่เคยเจอมาก่อนสมัยที่ผมอายุ 20 หรือ 21 ปี"
"ผมได้เรียนรู้ว่าชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ยังไง เมื่อคุณกลายเป็นพ่อคน ดังนั้นนี่เป็นสิ่ง ที่เปรียบเทียบผม กับประสบการณ์เหล่านั้น เพื่อที่จะก้าวไปอีกขั้นในตำแหน่งโค้ช หรือผู้จัดการทีม มันรู้สึกเหมือน ว่านี่เป็น ธรรมชาติของผม เพราะมันเป็นแบบนี้มาตลอด วันอาทิตย์ผมลงเล่น วันจันทร์ผมเป็นโค้ช

คล็อปป์ ความสัมพันธ์ระหว่างกุนซือกับนักเตะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

คล็อปป์ มักจะสร้างมิตรภาพร่วม กับลูกทีมของเขา และบรรดานักเตะเหล่านั้นก็พร้อม คาสิโนออนไลน์  จะลงสนาม แบบถวายชีวิตเมื่อได้รับแรงบันดาลใจจากกุนซือ สำหรับนายใหญ่ "เดอะ เร้ดส์" การรักษาสมดุลความสัมพันธ์ ระหว่างผู้เล่น กับโค้ช เป็นองค์ประกอบ ที่สำคัญมากๆ ในการบริหารทีม "ผมเป็นเจ้านาย ผมพูดว่าใครเป็นคนลงเล่น ผมบอกว่าเมื่อไหร่ที่เราต้องลงฝึกซ้อม ผมบอกถึงสิ่งที่เราต้องทำในการซ้อม ผมตัดสินใจทุกเรื่อง แต่ระหว่างการตัดสินใจเหล่านั้น ผมต้องให้ความ เพื่อนกับพวกเขา ผมจะอธิบายเรื่องเหล่านี้เสมอ ผมเป็นเพื่อนกับลูกทีมของผม แต่ผมไม่ใช่เพื่อนที่ดีนัก ผมไม่ใช่คนที่จะเข้าใจทุกอย่าง แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจ"
"ผมไม่เสแสร้งว่าผมสนใจ ผมสนใจจริงๆ พวกเขารู้อะไรมากมาย เกี่ยวกับตัวผม ภรรยาของผม และลูกชายผม มันสำคัญมากๆ ที่รู้ว่าคุณทำงานร่วมกับใคร และมันยิ่งสำคัญที่รู้ว่าทำไมคนๆ นี้ถึงมุ่งมั่น และเต็มไป แรงกระตุ้น คุณมาจากไหน ? คุณมาที่นี่ เพื่อหาเงิน ซึ่งมันเป็นเรื่องดี หรือคุณมาที่นี่ เพื่อทำให้ครอบครัวคุณภาคภูมิใจ หรือคุณอยู่ที่นี่เพื่อทำให้คนทั้งประเทศภูมิใจ ?"
"มีหลายๆ อย่างที่แตกต่างมากมาย ....ผมคิดว่าผมต้องการ รู้จักพวกเขา นั่นคือการสร้างความสัมพันธ์ พวกเขาสามารถคุยกับผม และนี่เป็นเรื่องสำคัญเสมอ"
อีกเรื่องที่ คล็อปป์ พยายามรักษา สมดุลเพื่อจะก้าวไปสู่การเป็นโค้ชชั้นยอดนั่น  ก็คือการทำงานกับชีวิตส่วนตัว โดยเรื่องงานอาจจะวุ่นวาย จนส่งผลต่อสภาพจิตใจ ซึ่งเรื่องนี้ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช กล่าวว่า "ผมยังคงทำงาน แต่มันดีกว่า แทงบอลออนไลน์ สมัยที่ผมยังหนุ่มๆ ผู้ช่วยของ ผมอายุมากแล้วก็เลยต้องเจอ กับความยากลำบากในเรื่องนี้ แต่มันเป็นเรื่องปกติ ด้วยอายุของขา เขาไม่รู้ว่าจะหยุดพักยังไง"
"เราทุกคนมีแนวทาง การปกป้องตัวเอง คุณจะปกป้องตัวเอง จากการทำงานตลอด เพราะมันไม่สามาร ทำแบบนั้นได้อย่างต่อเนื่อง คุณต้องเรียนรู้ที่จะหยุดพัก" นายใหญ่วัย 52 ปี
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งในชีวิตของ คล็อปป์ เพราะกว่าที่เขาจะก้าวขึ้นมา เป็นยอดโค้ช เหมือนในเวลานี้ ต้องผ่านอะไรมากมาย แต่นี่ก็เป็นการบ่งบอก ถึงมุมมองในการเป็นกุนซือว่าจะต้องทำยังไง ถึงจำได้ใจลูกทีมของตัวเอง

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แนะสาวก "เดอะ ค็อป" ให้มองทุกอย่างเป็นแค่เกมกีฬา คาสิโน หลังการลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของพวกเขาในฤดูกาลนี้ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เนื่องจากเกมลีกโดนห้ามแข่ง เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
"เดอะ เร้ดส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาล 2019/2020 และมีคะแนนทิ้งห่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไกลสุดกู่ 25 คะแนน โดยตั้งการชัยชนะอีก 2 เกมจาก 9 แมตช์ที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขา สิ้นสุดการรอคอยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยแรกในรอบ 3 ทศวรรษ
อย่างไรก็ตามความฝันของ แฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องค้างอยู่ในเวลานี้เพราะเกมลูกหนังโดนระงับการแข่งจนถึงวันที่ 4 เมษายน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายออกไปอีก นั่นหมายความว่าในเวลานี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าซีซั่นนี้จะได้บทสรุปยังไง
คล็อปป์ ซึ่งกำลังจะได้ลิ้มรสชาติความสำเร็จ ในพรีเมียร์ลีก พนันบอล  พยายามเตือนสติสาวก "เดอะ ค็อป" ว่ามีอะไรที่สำคัญมากมาย ในโลกนี้มากกว่าแค่เกมฟุตบอล "มันก็แค่ฟุตบอล มันแค่เกม ดังนั้นไม่ต้องไปเครียด นี่มันแค่เกม มีสิ่งสำคัญมากมายในชีวิต ฉะนั้นพยายามอยู่ดูแลตัวเอง และมีความสุขกับชีวิต"หนึ่งในชีวิตของ คล็อปป์ เพราะกว่าที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นยอด โค้ชเหมือนในเวลานี้ ต้องผ่านอะไรมากมาย แต่นี่ก็เป็นการบ่งบอกถึงมุมมอง ในการเป็นกุนซือว่าจะต้องทำยังไง ถึงจำได้ใจลูกทีมของตัวเอง

ข้อดีของเว็บพนันออนไลน์ i99bet
ระบบหน้าเล่นเป็นภาษาไทย

ทำรายการฝาก-ถอน สะดวกรวดเร็ว
ระบบรองรับการใช้งานทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพย์มือถือ
การเงินมั่นคง การันตีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ติดต่อสอบถาม call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บตรง ไม่ผ่านเอเยนต์
จ่ายจริงทุกบิล
เปิดให้บริการยาวนานไม่เคยมีประวัติเสีย
สนับสนุนโดย i99bet

3
เจ้าหนูเทรนต์ ผู้ปฏิวัติตำแหน่งแบ็กขวากองหลังเพลย์เมกเกอร์


เจ้าหนูเทรนต์ ผู้ปฏิวัติตำแหน่งแบ็กขวากองหลังเพลย์เมกเกอร์

เจ้าหนูเทรนต์ ผู้ปฏิวัติตำแหน่งแบ็กขวากองหลังเพลย์เมกเกอร์
ก้าวขึ้นมาเป็นฟุตบอล ชั้นนำระดับโลกในเวลานี้ โดยเจ้าตัวประสบความสำเร็จมากมาย นับตั้งแต่ถูกดันขึ้นมาเล่น ให้กับทีมชุดใหญ่ และก้าวเป็นจอมแอสซิสต์ประจำทัพ "หงส์แดง" จนได้ชื่อว่าเป็นกองหลังเพลย์เมกเกอร์

การทำงานภายใต้ การกุมบังเหียนของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วยให้ "เจ้าหนูเทรนต์" พัฒนาฝีเท้าแบบ เขย่งก้าวกระโดด พร้อมกับยึดตำแหน่งแบ็กขวาถาวร และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นกำลังสำคัญที่นำ "เดอะ เร้ดส์" คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ หรือ "สโมสรโลก"
อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีความแตกต่าง จากผู้เล่นแบ็กขวาจำนวนมาก เพราะเขามีความสามารถ คาสิโนออนไลน์  ในการเปิดบอลเข้าไป ในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งถือเป็นพื้นที่อันตราย สำหรับการทำประตู โดย ฟูลแบ็กเลือดผู้ดีรายนี้ ทำแอสซิสต์ถึง 12 ครั้ง มากกว่ากองหลังคนอื่นๆ ที่ค้าแข้งใน 5 ลีกชั้นนำทวีปยุโรป

ขณะเดียวกันมีผู้เล่นเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่ทำ แอสซิสต์ได้มากกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ใน 5 ลีกชั้นนำยุโรปฤดูกาลนี้ ได้แก่ อังเคล ดิ มาเรีย (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), เจดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) และ เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผู้เล่นแนวรุก
ศักยภาพของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถือเป็น การยกระดับแบ็กซ้าย ในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ มากกว่าผู้เล่น ในตำแหน่งเดียวกัน ในปัจจุบัน และตอนนี้ดูเหมือนว่า ฟอร์มการเล่นของเขากลายเป็นแม่แบบ ของฟูลแบ็กรุ่นใหม่ ที่จะพยายามเลียนแบบ

สำหรับตอนนี้สาวก "เดอะ ค็อป" คงยิ้มแก้มปริมากยิ่งขึ้น เพราะผู้เล่นแบ็กขวา ของพวกเขาในอนาคต จะไม่ได้มีแค่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เท่านั้น เพราะตอนนี้ศูนย์เยาวชน "หงส์แดง" ได้ผลิตแข้งสไตล์เดียวกับ "เจ้าหนูเทรนต์" ขึ้นมาประดับ วงการนั่นก็คือ เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งว่ากันว่าฟอร์มถอดแบบรุ่นพี่มาเลยทีเดียว
แข้งดาวโรจน์เลือดเวลส์ สร้างผลงานได้สุดประทับใจ เมื่อได้รับโอกาสสำคัญ ในเกมเอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2019/2020 ซึ่งการเล่นเกมบุกของเขา ถือว่าเล่นงานแนวรับคู่แข่งได้ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการ เปิดบอลจากด้านข้างได้อย่างแม่นยำ

เจ้าหนูเทรนต์ ผู้ปฏิวัติตำแหน่งแบ็กขวากองหลังเพลย์เมกเกอร์ แม้ปัจจุบัน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะอายุเพียง 21 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยึดตำแหน่งตัวจริงถาวร โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก จะหยุดพักเนื่อง จากการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ผลงานของเขาถือว่าฝืดเคืองสุดๆ และยังเล่นผิดพลาดหลายครั้ง โดยเฉพาะในเกมแพ้ วัตฟอร์ด ยับเยิน
ฉะนั้นหาก "เจ้าหนูเทรนต์" ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์ม ได้อย่างที่เคยทำ แทงบอลออนไลน์  ก็มีโอกาสที่เขาจะโดน วิลเลี่ยมส์ ที่กำลังฟอร์มแรงโดยทำไปแล้ว 2 แอสซิสต์ ในการลงสนาม 4 แมตช์ในเกมฟุตบอล น็อกเอาต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซีซั่นนี้ แย่งตำแหน่งตัวจริง ก็เป็นได้
ในเวลานี้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่เก่งที่สุด ในอังกฤษ และบางทีอาจจะในยุโรป โดยฟอร์มการเล่นของ เขาต้องบอกว่าเหนือกว่านักเตะในวัยเดียวกัน ที่สำคัญเจ้าตัวยังได้รับการประดับเกียรติความเก่ง แทงบอล ด้วยเหรียญแชมป์ ทัวร์นาเมนต์ "บิ๊กเอียร์" และกำลังจะได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ปัจจุบัน "เจ้าหนูเทรนต์" กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูล และกองหลังคนแรก ในหน้าประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ทำแอสซิสต์ได้เกิน 10 ครั้งในหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะได้ชื่อว่าเป็นแบ็กขวา สมัยใหม่ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับ "หงส์แดง" ในทุกเกม

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

แบ็กขวา ลิเวอร์พูล ขอบคุณ คาฟู ที่ยกย่องตน ก่อนหน้านี้จนถึง ขนาดบอกว่าตนควรได้ บัลลง ดอร์ แต่ระบุ ตนให้ความสำคัญกับความสำเร็จของทีมมากกว่าถ้วยรางวัลส่วนตัว
เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวขอบคุณ คาฟู ตำนานฟูลแบ็กขวาชาวบราซิเลียน ที่ออกมาชมฝีเท้าของเขาก่อนหน้านี้

หลังจากฤดูกาลก่อนทำไป 16 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 40 นัดในทุกรายการ คาสิโน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็ยังรักษามาตรฐานะ ได้ดีในซีซั่นนี้ หลังจากทำไปแล้ว 12 แอสซิสต์ จากการลงสนามในทุกรายการ 35 เกม ซึ่งมันก็ทำให้ คาฟู ถึงขั้นออกโรงชมแข้งวัย 21 ปีเลย แถมยังบอกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ ด้วย

ดวาเตะชาวอังกฤษ เผยว่า "มันถือเป็นคำชม ยิ่งใหญ่จาก คนที่เป็นตำนาน วงการนี้ แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่ ทำให้ผมรู้สึกยินดีมากๆ และผมก็ต้องขอขอบคุณเขา สำหรับคำชมเหล่านั้น ผมพยายาม ที่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ฟุตบอลคือ กีฬาที่เล่นกันเป็นทีม ดังนั้นสิ่งที่สำคัญ (ที่ทำให้ตัวเองเล่นได้ดี) คือบรรดา เพื่อนร่วมทีมของผม, เหล่านักเตะที่ร่วมซ้อมกับผม, ผู้จัดการทีม และแรงสนับสนุน กรอบๆ ตัวผมที่ทำให้ผมเล่นได้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้"

"ผมสนใจเฉพาะ การเล่นไปแบบนัดต่อนัด เท่านั้น ผมอาจจะได้รางวัล หลังจากนี้ แต่ผมไม่ได้หมกมุ่นกับ เรื่องรางวัลมากเหมือน กับนักเตะคนอื่นๆ หรอก สำหรับผมแล้ว สิ่งที่สำคัญเป็นพิเศษคือ การได้รางวัลแบบของทีม"

.ข้อดีของเว็บพนันออนไลน์ i99bet
ระบบหน้าเล่นเป็นภาษาไทย

ทำรายการฝาก-ถอน สะดวกรวดเร็ว
ระบบรองรับการใช้งานทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพย์มือถือ
การเงินมั่นคง การันตีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ติดต่อสอบถาม call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บตรง ไม่ผ่านเอเยนต์
จ่ายจริงทุกบิล
เปิดให้บริการยาวนานไม่เคยมีประวัติเสีย
สนับสนุนโดย i99bet

4
ฟาน ไดค์  อดีตที่ยากลำบากนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ฟาน ไดค์  อดีตที่ยากลำบากนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
การจะก้าวขึ้นมา เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งชาวดัตช์ รู้ซึ้งเรื่องนี้เป็นอย่างดี และเขาไม่มีวันลืม ความยากลำบาก ในอดีตที่ฝ่าฟันอุปสรรค จนตอนนี้กำลัง จะได้ชื่อว่าเป็น แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้
ดาวเตะหนุ่มหล่อ จากแดนกังหันลม เริ่มต้นอาชีพ กับการค้าแข่ง ให้ทีมระดับเยาวชนของ วิลเล่ม ทเว สโมสรในลีก ดัตช์ บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งเจ้า ตัวต้องบากบั่นทำงาน หนักในการที่จะทำให้ โค้ชเชื่อมั่นในฝีเท้า จนในที่สุดก็ได้รับโอกาสลงเล่น ก่อนที่จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหนึ่ง ในสตาร์ลูกหนังโลกไปแล้ว

ฟาน ไดค์ ทำผลงานได้อย่างงโดดเด่น และเป็นกำลังสำคัญ ที่จะสร้างประวัติศาสตร์นำ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ลีกสูงสุด ครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ความสำเร็จในปัจจุบัน ทำให้เขายิ่งจดจำ ช่วงเวลา ในอดีตเพราะหาก ไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มี ทางยิ่งใหญ่อย่างที่ทุกๆ คนได้เห็น

"โดยส่วนตัว แล้วสำหรับผม การคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเหมือนกับฝันที่เป็นจริง แต่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็เป็นเหมือนฝันที่เป็นจริง เช่นเดียวกัน สมัยที่ผมยังเด็กๆ ผมเล่นให้กับ ทีมในลีกล่าง ในฮอลแลนด์ และได้ย้ายมาเล่น ในพรีเมียร์ลีก แถมกำลังจะคว้าแชมป์ที่สุดยิ่งใหญ่"

"ก็เหมือนกับการ ได้รางวับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของพีเอฟเอ เมื่อปีที่ผ่านมา และผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปียูฟ่า ช่วงเวลาเหล่านี้มันช่างดีเหลือเกิน แต่ผมจะไม่มีวันลืมว่า ผมมาจากไหนในวงการฟุตบอล ตั้งแต่การเล่นให้ วิลเล่ม ทเว คาสิโนออนไลน์ ไปจนถึงโกรนิงเก้น จากนั้นก็ (กลาสโกว์) เซลติก ก่อนจะมาอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน และลิเวอร์พูล แน่นอนว่าทั้งหมดนี้มีความหมายกับผมมากๆ"

"ผมไม่คิดว่าที่ผ่านมาเจอแต่เรื่องง่ายๆ? เป็นส่วนใหญ่ และนี่คือสิ่งพิเศษ สำหรับผม และครอบครัวของผม มันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป นี่เป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ทำให้ผมรับมือ กับแรงกดดันได้ดี ตอนแรกที่ผมย้ายมาที่นี่ ผมอยากคว้าแชมป์ทั้งหมด ในฐานะนักเตะการเล่นให้สโมสรอย่างลิเวอร์พูล คุณต้องลงแข่งเพื่อแชมป์ทุกโทรฟี่ ไม่ว่าจะเป็นลีก คัพ, เอฟเอ คัพ"

"แน่นอนว่า คุณอยากที่จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ร่วมกับสโมสรนี้ นี่มันช่างยาวนาน ตั้งแต่ผมยังไม่เกิด และนี่เป็นสิ่งที่สโมสร แห่งนี้กระหายมาตลอด แต่สำหรับแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมันเป็นฝันที่ เป็นจริงสำหรับผม และหากการคว้าแชมป์ลีก เกิดขึ้น มันก็เป็นฝันที่เป็นจริงสำหรับผมด้วยเช่นกัน"

ฟาน ไดค์  อดีตที่ยากลำบากนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

สำหรับตอนนี้ การแข่งขันพรีเมียร์ลีก ต้องหยุดพักชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเบื้องต้นจะกลับมาแข่งใหม่ในวันที่ 3 เม.ย. แต่หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะมี การขยายเวลาออกไป หรืออาจจะเป็นไปได้ที่จะตัดจบ โดยยึดอันดับ ในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า "หงส์แดง" ซึ่งมีแต้มทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 25 คะแนน จะคว้าแชมป์ลีกทันที

อย่างไรก็ตาม การคว้าแชมป์ ครั้งนี้บรรดานักเตะ จะมารับโทรฟี่แชมป์ พร้อมเหรียญในสนามว่างเปล่า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์แบบนี้ สาวก "เดอะ ค็อป" ควรมีความสุขกับ ความสำเร็จในครั้งนี้ "เหตุการณ์นี้ลดความสำคัญไหม ? คุณคิดยังไง ? ไม่เลย ! เราควรจะมีความสุขให้เต็มที่เพราะ เรารอคอยกันมานาน การคว้าแชมป์ลีก ที่นี่เป็นสิ่งที่เรา ทุกคนต้องจดจำ เราควรจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ และตอนนี้เรา ใกล้จะทำสำเร็จแล้ว ขอให้สนุกกันสุดไปเลย"

กระนั้น ฟาน ไดค์ ยอมรับว่าแม้ จะมีความสุขกับแชมป์ แต่ก็น่าเสียดายที่สาวก "เดอะ ค็อป" ไม่ได้ร่วมฉลองอย่างสมเกียรติ "ถ้าเราคว้าแชมป์ในสนามที่ว่างเปล่า และแฟนบอล ไม่ได้อยู่ในนั้น ผมคงรู้สึกผิดหวัง กับพวกเขาจริงๆ แน่นอนว่าถ้าไม่มีแฟนบอลที่แอนฟิลด์ มันคงรู้สึกหดหู่เหลือเกิน ไม่มีใครอยาก ที่จะลงเล่น โดยที่ไม่มีแฟนบอล คาสิโน และมันก็คงเหมือน กับแฟนบอลทุกๆ สโมสรในพรีเมียร์ลีก ทุกๆ คนอยากเข้า ไปในสนาม และสนับสนุนทีม ของพวกเขา แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้"

นอกจากนี้ ฟาน ไดค์ ยืนยัน ลิเวอร์พูล ไม่สนใจสถิติใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากการ คว้าแชมป์เท่านั้น "เราไม่ได้เล่นเพื่อสถิติ เราเล่นเพื่อถ้วยแชมป์ ตอนนี้ผมมา อยู่ที่นี่เกือบสองปีครึ่ง และมีความสุขมากๆ กับประสบการณ์ รอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง"

"เราได้แชมป์หนึ่งในสองครั้งนั้น และผมเข้าใกล้มากๆ กับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แทงบอล ตอนนี้มันก็ยิ่งเข้าใกล้เข้าไปอีกในการคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ นี่คือสิ่งที่สโมสร แห่งนี้รอคอยมานาน และใฝ่ฝันมาตลอด ดังนั้นเรามุ่งมั่น และเฝ้าดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ในช่วงหลายๆ สัปดาห์ และหลายเดือนต่อจากนี้ โดยหวังให้ทุกอย่างออกมา เป็นแง่บวก"

สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด ทำให้วงการกีฬา ต้องหยุดชะงักชั่วคราว และยังไม่แน่ชัดว่า ลิเวอร์พูล จะได้เป็นแชมป์ลีกที่ รอคอยมานาน หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฟาน ไดค์ ยืนยันว่าตนได้ทุ่มเทเต็มที่ เพื่อความสำเร็จ ของสโมสรแห่งนี้"ภรรยาและลูกๆ ของผม พวกเขาเสียสละเยอะมาก ในแต่ละวัน สิ่งที่พวกเขาทำเพื่อผม และชีวิตของเรา มันช่างน่าเหลือเชื่อ นี่คือส่วนสำคัญมากๆ สำหรับความสำเร็จของผม และผมคิดถึงพวกเขา ทุกวันสำหรับความสำเร็จ ของผมในตอนนี้" ฟาน ไดค์ ระบุ

แน่นอนว่า ตอนนี้บทสรุปพรีเมียร์ลีก ยังไม่รู้จะออกมา เป็นแบบไหน แต่ผลงานของ ฟาน ไดค์ และเหล่าขุนพล "หงส์แดง" ในฤดูกาลนี้ ก็ควรจะได้รับสิ่งที่เหมาะสมที่สุด......

.ข้อดีของเว็บพนันออนไลน์ i99bet
ระบบหน้าเล่นเป็นภาษาไทย

ทำรายการฝาก-ถอน สะดวกรวดเร็ว

ระบบรองรับการใช้งานทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพย์มือถือ

การเงินมั่นคง การันตีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

ติดต่อสอบถาม call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เว็บตรง ไม่ผ่านเอเยนต์

จ่ายจริงทุกบิล

สนับสนุนโดย i99bet

หน้า: [1] 2 3 4

 เว็บที่น่าสนใจ  :  หัวเชื้อน้ำยาล้างตะกรัน   หัวเชื้อน้ำยาล้างแอร์   จาระบีอุตสาหกรรม   เช่าโฮสติ้ง  เสื้อผ้าเด็กอ่อน  ขายส่งกลูต้าไธโอนแบบฉีด  
ติดต่อลงโฆษณา